xs
xsm
sm
md
lg

กนอ.เบรกWHA ESIE 5บ้านค่าย แฉพบหลักฐานระเบิดหิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“วราวุธ” สั่ง กนอ.ระงับปรับพื้นที่ใน WHA ESIE 5ที่ บ้านค่าย จ.ระยอง หลังพบหลักฐานบ่งชี้มีการระเบิดหิน จี้หาข้อเท็จจริงรายงานใน 3 วัน หากพบผิดกฎหมายต้องดำเนินคดีเด็ดขาดทันที

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดและแรงสั่นสะเทือนใน 4 อำเภอของจังหวัดระยองเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าคณะทำงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.เขตชลบุรี) สส.ในพื้นที่ ผู้แทนฝ่ายปกครองท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุภายในโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 (WHA ESIE 5) อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง เบื้องต้นพบว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ และพบร่องรอยและหลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการทำลายหินด้วยวิธีการระเบิด ทำให้ กนอ.เร่งนำหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์โดยหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่


“ขณะนี้ได้ให้ กนอ. สั่งระงับการปรับพื้นที่บริเวณที่มีหินทั้งหมดในโครงการทันที พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ เพื่อรักษาสภาพจุดเกิดเหตุและป้องกันการทำลายหรือเคลื่อนย้ายหลักฐาน พร้อมสั่งการให้เร่งตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว หากผลตรวจสอบพบว่ามีการฝ่าฝืน จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที โดยไม่มีการละเว้น พร้อมทั้งให้เร่งประเมินพื้นที่และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อกำหนดมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด”


นอกจากนี้ กนอ.ได้ออกหนังสือถึงผู้พัฒนานิคมฯ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงภายใน 3 วันทำการ ครอบคลุมทั้งกระบวนการดำเนินงานหน้างาน มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงใบอนุญาตและการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ผู้แทนนิคมฯ และผู้รับเหมายืนยันว่า การเปิดหน้าดินและสกัดหินดำเนินการตามกรอบ EIA และใช้รถหัวเจาะ (Breaker) เท่านั้น โดยไม่มีการใช้วัตถุระเบิด ดังนั้น การพบร่องรอยล่าสุดจึงเป็นประเด็นที่ กนอ.ต้องพิสูจน์ว่าเกิดจากกระบวนการใด ใครเป็นผู้ดำเนินการ และมีการขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ สส.ในพื้นที่ที่ร่วมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางการนิคมฯจะได้ประสานงานกันต่อไป