xs
xsm
sm
md
lg

“ภูมิใจไทย”เขย่าเก้าอี้”คมนาคม“จับตาโยกระดับ 10 อธิบดี ทย.นั่งรองปลัด ดัน”จิระพงศ์”ผอ.กทท.แก้ปมถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ภูมิใจไทย”เขย่าเก้าอี้ บิ๊กคมนาคม ล็อตแรกจับตาโยกระดับ 10 ดึงอธิบดีทย.เป็นรองปลัดฯ สลับผู้ตรวจฯคืนหน่วยเก่า จับตา”รองปลัดฯจิระพงศ์”ชิงเก้าอี้ผอ.กทท. รับโจทย์แก้ปัญหาถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3 ลืออธิบดีเจ้าท่าฯสมัครเป็นข่าวปลอม ล็อต 2 ตั้งระดับ 9 ขึ้น 10 ทางหลวงแรงสุด บ้านใหญ่บุรีรัมย์ดัน“ชยุธ”ขึ้นอธิบดี ส่วนกรมขนส่งฯ,ทางหลวงชนบท,กรมราง เก้าอี้ยังแน่น

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม แทนนายชยธรรม์ พรหมศร ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 ได้มีกระแสข่าวผ่านสื่อหลายแห่งด้วยข้อความเดียวกันว่า เป็นการเคลียร์เก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงให้ว่าง เพื่อดันนายชยุธ โลหกิจ ซึ่งปัจจุบัน เป็นรองอธิบดีฝ่ายดำเนินงาน กรมทางหลวง สายตรงบ้านใหญ่ บุรีรัมย์ ขึ้นเป็นอธิบดีคนใหม่

รวมถึงจะมีการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยกระแสข่าวระบุว่า จะให้นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองปลัดกระทรวงคมนาคม ลาออกจากราชการไปสมัครเป็นผู้อำนวยการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) หรือแผนสอง ให้นายจิระพงศ์ โยกจากรองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปเป็นอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) แทนนายกริชเพชร ชัยช่วย ที่จะเกษียณอายุปีหน้า สลับลาออกจากราชการไปสมัครสรรหาเป็นผอ.การท่าเรือฯแทน เพราะจะมีวาระผอ.กทท.อีก 4 ปี

รายงานข่าวระบุว่า กรณีที่นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม จะไปสมัครเข้ารับการสรรหาฯ เป็นผู้อำนวยการ กทท. มีความเป็นได้สูง ซึ่งนโยบายฝ่ายการเมืองที่กระทรวงคมนาคมรับทราบกันแล้วและไม่มีปัญหาขัดข้อง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าตัว โดยมองว่า ขณะนี้กทท.มีปัญหาหลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะกรณีปัญหาเสปกทรายถมทะเล โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่ยังคาราคาซัง จนกระทบต่อการส่งมอบพื้นที่ให้กลุ่ม GPC ไม่ได้ จนเอกชนยื่นหนังสือเรียกค่าชดเชยความเสียหาย กว่า 4,000 ล้านบาท

นายจิระพงศ์ เป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และเข้าใจงานด้านก่อสร้างและระเบียบจัดซื้อจัดจ้างดี เนื่องจากเคยเป็นผู้บริหารระดับทั้ง รองอธิบดีกรมทางหลวง และรองปลัดกระทรวงฯ จึงคาดว่าน่าจะถูกวางตัวให้เข้าไปสะสางปัญหาต่างๆ โดยคาดว่าหากได้รับการคัดเลือกเป็นผอ.กทท.นายจิระพงศ์ น่าจะมีการลาออกจากราชการในช่วงเดือนพ.ย. 2569 ก่อนลงนามสัญญาจ้าง

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม
ส่วนกรณีแผน สองที่จะโยกนายจิระพงศ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ไปเป็นอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) แทนนายกริชเพชร ชัยช่วย ที่จะเกษียณอายุปีหน้า เพื่อสลับให้นายกริชเพชร ลาออกจากราชการไปสมัครสรรหาเป็นผอ.การท่าเรือฯนั้น เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากนายกริชเพชร เป็นประธานสรรหาฯผอ.กทท. ไม่สามารถลงสมัครเองได้ รวมถึงไม่ตรงคุณสมบัติเนื่องจากอายุเกิน 58 ปี

นายกริชเพชร ชัยช่วย
ฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกระทรวงคมนาคมจากนี้ อาจจะมีแรงสั่นสะเทือนไม่มากนัก เนื่องจาก ได้ตั้งปลัดกระทรวงฯคนใหม่ ที่สร้างความฮือฮามากที่สุดไปแล้ว ด้วยสถิติปลัดกระทรวงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่จะมีผู้บริหารระดับ 10 อีก 2 คนที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย. 2569 คือ รองปลัดกระทรวงคมนาคม และผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ซึ่งคาดหมายจะมีการโยกย้ายหัวหน้าหน่วยระดับ 10 เข้ามาเป็นรองปลัดฯ

โดยมีชื่อ นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ที่อาจจะโยกย้ายเข้ามานั่งรองปลัดฯ และให้นายเกียรติชัย ชัยเรืองยศ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ไปนั่งเป็นอธิบดีกรมท่าอากาศยานแทน ซึ่งนายเกียรติชัย ถือเป็นลูกหม้อกรมท่าอากาศยาน เพราะเคยเป็นรองอธิบดีก่อนมานั่งตำแหน่งผู้ตรวจฯ ส่วนนายดนัย เรืองสอน เคยเป็นวิศวกรใหญ่ด้านอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมท่าอากาศยานเมื่อ วันที่ 28 พ.ค. 2567

นายชยุธ โลหกิจ รองอธิบดีกรมทางหลวง
รายงานข่าวระบุว่า ในล็อตที่ 2 จะเป็นการแต่งตั้งระดับ 9 ขึ้น ระดับ 10 ซึ่งกรมทางหลวงชัดเจนว่าฝ่ายการเมืองวางตัว นายชยุธ โลหกิจ เป็นอธิบดีคนต่อไป เพราะมีสัญญาณชัดเจนมาตั้งแต่ตั้งเป็นรองอธิบดีกรมทางหลวง เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2569 ซึ่งนายชยุธ ถือเป็นคนสายตรงของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ตัวจริง แม้จะเป็นคนพื้นเพจังหวัดสงขลา แต่เส้นทางการทำงานเติบโตจาก แขวงทางหลวง สำนักทางหลวง บุรีรัมย์ อุบลราชธานี นครราชสีมา รวมถึงสำนักทางหลวงที่ 18 ที่ดูแลรับผิดชอบจังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี พัทลุง นราธิวาส และสตูล ถือว่าเหนียวแน่นทั้งฝ่ายบุรีรัมย์และกลุ่มนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้

โดยล็อต 2 นี้ อาจจะรอปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกตามกระบวนการ และประกาศคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง ต่อไป