xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” ยันตั้ง ”ปิยพงษ์” นั่งปลัดคมนาคม ไม่เกี่ยวโควต้าบ้านใหญ่ ชี้มีความรู้เหมาะสม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” ยันตั้ง”ปิยพงษ์” นั่งปลัดคมนาคม ไม่เกี่ยวโควต้าบ้านใหญ่ ชี้เป็นคนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ มองภาพรวมทำงานได้ทั้งระบบ

วันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีการเสนอชื่อนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ว่า ส่วนเหตุผลในการเสนอแต่งตั้ง ซึ่งนายปิยพงษ์จะมีอายุราชการเหลืออีกประมาณ 10 ปี นายพิพัฒน์ระบุว่า การแต่งตั้งพิจารณาตามความเหมาะสม โดยเป็นการเสนอชื่อจากนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมคนปัจจุบัน ขณะที่ตนเองมีหน้าที่นำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น

เมื่อถามว่าการแต่งตั้งดังกล่าวเป็นโควต้าของบ้านใหญ่หรือไม่ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง และไม่มีเรื่องโควต้าบ้านใหญ่ เนื่องจากนายปิยพงษ์ เติบโตในสายงานด้วยความสามารถของตนเอง และขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงในช่วงที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งถือว่านายปิยพงษ์ทำงานได้ต่อเนื่องดี

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายปิยพงษ์มีความเหมาะสม ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม เพราะเป็นผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญ โดยกรมทางหลวงถือเป็นหน่วยงานที่มีงบประมาณด้านการก่อสร้างสูงที่สุดของกระทรวง ดังนั้นการนำบุคลากรที่มีประสบการณ์จากกรมทางหลวงมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง จึงสามารถมองภาพรวมของกระทรวงได้ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเรื่องถนนหนทาง

เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีภารกิจครอบคลุมทั้งระบบทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ ซึ่งต้องบริหารจัดการเป็นองค์รวม พร้อมย้ำว่า การพิจารณาไม่ได้เจาะจงว่าบุคคลใดจะต้องขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่เป็นการคัดเลือกจากผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยมีผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าสู่กระบวนการพิจารณา 3 คน จากผู้สมัครทั้งหมดประมาณ 14 ถึง 18 คน

ส่วนจะต้องเร่งรัดโครงการใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงมีการเร่งดำเนินการทุกงานอยู่แล้ว แต่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ จำเป็นต้องมีงบประมาณรองรับ หากเป็นโครงการที่มีงบประมาณผูกพัน ก็จะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และในแต่ละปีก็มีการพัฒนางานอยู่แล้ว

“การทำงานของกระทรวงยังคงเดินหน้าต่อไป ส่วนตำแหน่งอธิบดีกรมทางหลวงที่ว่างลง นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะต้องพิจารณาบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยจะต้องมีการประกาศและเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาทดสอบเพื่อคัดเลือกต่อไป”