กระแสการดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบหยั่งรากลึก ล่าสุดแพลตฟอร์มสุขภาพระดับโลกอย่าง “เฮอร์บาไลฟ์” เผยผลสำรวจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สะท้อนภาพชัดว่า “วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม” (Wellness Culture) ที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักในชีวิตของผู้บริโภคยุคนี้ไปเสียแล้ว โดยไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแสฉาบฉวย แต่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นไลฟ์สไตล์ที่ต้องทำทุกวันเพื่อความยั่งยืน
เจาะลึกตัวเลขสุดว้าว! 82% ยก “สุขภาพองค์รวม” เป็นวาระแห่งชาติ
ผลสำรวจครั้งสำคัญ Herbalife APAC Wellness Culture Survey 2026 ซึ่งจัดทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 10,000 คน ใน 11 ประเทศทั่วภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย เผยตัวเลขสำคัญดังนี้
* 82% ของผู้ตอบแบบสำรวจ เทน้ำหนักให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในระดับ “มากถึงมากที่สุด”
* 74% ยอมรับว่า วันนี้สุขภาพแบบองค์รวมมีความสำคัญต่อชีวิตของพวกเขา “มากกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมา” อย่างเห็นได้ชัด
* 44% มุ่งมั่นดูแลคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนใส่ใจมากที่สุด ตามมาด้วยการดูแลสุขภาพจิตและการจัดการความเครียด (38%), การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ (31%) และการควบคุมน้ำหนัก (30%) เพื่อสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดีในระยะยาว
เปิดเบื้องหลังทำไมต้องตื่นตัว? “ความชรา-ประสบการณ์ตรง” เป็นตัวเร่ง
เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้คนหันมาปฏิวัติตนเอง พบว่าปัจจัยหลักเกิดจาก “อายุที่มากขึ้น” สูงถึง 46%, ตามมาด้วย “ประสบการณ์ด้านสุขภาพที่เผชิญด้วยตัวเอง” 42%, กระแสการตระหนักรู้ในสังคม 32% และความต้องการที่จะลงทุนเพื่อสุขภาพในระยะยาวอีก 31%
ขณะเดียวกันผู้บริโภคถึง 58% เผยว่า พวกเขาได้เพิ่มทั้งความหลากหลายและความถี่ของกิจกรรมดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันมากขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน โดยกิจกรรมยอดฮิตที่คนเอเชียแปซิฟิกเลือกทำ ได้แก่
1. การออกกำลังกายสม่ำเสมอ (45%)
2. เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ (45%)
3. ปรับพฤติกรรมการนอนหลับ (42%)
4. รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (38%)
ย้อนแย้งหนัก! อยากสุขภาพดีแต่ทำไม่สำเร็จ เผยคนส่วนใหญ่ติดหล่ม “ไม่มีเวลา-ไร้แรงจูงใจ”
อย่างไรก็ตามผลสำรวจนี้ยังสะท้อนเหรียญอีกด้านที่น่าเป็นห่วง เพราะแม้ว่ากระแสรักสุขภาพจะมาแรงเพียงใด แต่ในความเป็นจริงกลับมีเพียง 2 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามเท่านั้น ที่รู้สึกว่าสุขภาพกาย สุขภาพจิต และอารมณ์ของตนเองดีขึ้นกว่าเมื่อ 3 ปีก่อน
โดยอุปสรรคชิ้นโตที่ขัดขวางไม่ให้พวกเขารักษาพฤติกรรมสุขภาพที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง คือ "การไม่มีเวลา" 38% และ "การขาดแรงจูงใจ" 34%
ตรงจุดนี้เองที่ผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า “คนรอบตัวและสื่อสังคมออนไลน์” คือตัวแปรสำคัญที่จะช่วยดึงพวกเขาออกจากหล่ม โดยผู้บริโภคระบุว่าต้องการแรงสนับสนุนด้านสุขภาพกายสูงถึง 65% ต้องการแรงสนับสนุนด้านสุขภาพจิต 51% และต้องการแรงสนับสนุนทางอารมณ์ 46% เพื่อส่งต่อพลังบวกให้เดินหน้าสู่เป้าหมายได้สำเร็จ
จาก "ผู้บริโภค" สู่ "ผู้ส่งต่อ" แผ่ขยายพลังบวกส่งต่อคนรอบข้าง
อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้รักสุขภาพเพียงลำพัง แต่กลายเป็น "ผู้ส่งต่อแรงบันดาลใจ" โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจเผยว่า ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ได้เริ่มเตรียมหรือเลือกซื้ออาหารเพื่อสุขภาพให้กับคนรอบตัว รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์การดูแลสุขภาพของตนเอง ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มคนกลุ่มนี้กว่า 80% ระบุว่าพวกเขาทำสิ่งเหล่านี้บ่อยขึ้นกว่า 3 ปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
โทมัส ฮาร์มส์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เฮอร์บาไลฟ์ ได้กล่าวสรุปถึงปรากฏการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ผู้คนในปัจจุบันมีการปรับเอาพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ดีมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาวะทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์มากกว่าที่เคย ซึ่งเฮอร์บาไลฟ์เชื่อว่าการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมเป็นสิ่งที่ต้องสร้างอย่างต่อเนื่อง ผ่านโภชนาการที่ได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คำแนะนำเฉพาะบุคคล และคอมมูนิตี้ที่คอยสนับสนุนกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้คนบรรลุเป้าหมายได้อย่างมั่นใจ และยกระดับให้สุขภาพดีกลายเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของสังคมอย่างแท่จริง.


