"ภัทรพงศ์ " หารือ Finnair เตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวบินตรงจากนอร์ดิกและยุโรปเหนือสู่กระบี่ หลังหยุดบินไปกว่า 3 ปี สะท้อนศักยภาพสนามบินและท่องเที่ยวอันดามันประเทศไทย
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือถึงแนวทางการกลับมาเปิดให้บริการของสายการบินฟินน์แอร์ (Finnair) ณ ท่าอากาศยานกระบี่ โดยมีนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าผู้เกี่ยวข้อง และผู้แทนสายการบินฟินน์แอร์ นางดวงสุดา เชื้อจันทร์ ผู้จัดการฝ่ายบริการภาคพื้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และคณะทำงานสายการบินฟินน์แอร์ เข้าร่วม
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กรมท่าอากาศยานได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการเปิดเส้นทางบินมายังท่าอากาศยานในสังกัดอย่างต่อเนื่อง โดยสำหรับตารางบินฤดูหนาวนี้ มีหลายสายการบินให้ความสนใจ ซึ่งสายการบินฟินน์แอร์ เป็นหนึ่งในสายการบินหลักที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคนอร์ดิกและยุโรปเหนือสู่จังหวัดกระบี่ เส้นทางบิน เฮลซิงกิ (HEL) - กระบี่ (KBV) ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม ของทุกปี
และเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ต้องหยุดให้บริการเส้นทางการบิน ณ ท่าอากาศยานกระบี่ ไปกว่า 3 ปี ปัจจุบันสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และความต้องการของตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน สายการบินจึงกลับมาให้บริการเส้นทางสู่ท่าอากาศยานกระบี่อีกครั้ง
ซึ่งการหารือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังนโยบายและข้อเสนอแนะ ตลอดจนหารือเกี่ยวกับความพร้อมของท่าอากาศยานกระบี่ รวมทั้งหารือแนวทางการเปิดเส้นทางบินมายังท่าอากาศยานอื่นๆ เพิ่มเติมอย่างท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เพื่อให้เกิดเส้นทางใหม่ๆ รองรับความต้องการการเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติการให้บริการเที่ยวบินและผู้โดยสารแสดงให้เห็นถึงการเติบโตและมีแนวโน้มในการฟื้นตัว การรักษาและขยายความร่วมมือกับสายการบินฟินแอร์ จะช่วยเสริมบทบาทของท่าอากาศยานกระบี่ในการเป็นประตูสู่อันดามันสำหรับตลาดยุโรป เพิ่มโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้ ตามนโยบาย “Airport for Regional Development” ยกระดับสนามบินภูมิภาคให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคม
ด้านนายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติในปี 2552 - 2565 สายการบิน Finnair ให้บริการรวม 748 เที่ยวบิน มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Passenger Load Factor) อยู่ในระดับสูงถึง 85 - 95% สะท้อนถึงศักยภาพของเส้นทางบินรวมถึงศักยภาพของท่าอากาศยานกระบี่ โดยปัจจุบันมีความพร้อมที่จะรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินระหว่างประเทศ ด้วยความยาวทางวิ่ง (Runway) 3,000 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินลำตัวกว้างอย่าง Airbus A350 และ Boeing 777 รองรับเที่ยวบินได้ 9 เที่ยวบินต่อชั่วโมง อาคารที่พักผู้โดยสาร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 3,000 คน/ชั่วโมง หรือ 8 ล้านคน/ปี พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารและการบริการภาคพื้นที่ได้มาตรฐาน รวมถึงการให้บริการรถสาธารณะเชื่อมต่อการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวจุดต่างๆ ได้


