xs
xsm
sm
md
lg

ORกำไร6เดือนแรกวูบ 90.3%อยู่ที่ 640ล.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



OR แจงไตรมาส2/69 ขาดทุน 1,774.95ล้านบาท จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันลดลง หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ส่วนงวด6เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ
640 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5,971 ล้านบาท หรือลดลง90.3%

นางสาววิไลวรรณ กาญจนกันติ
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยผลการดำเนินงาน ไตรมาส2/69 บริษัทมีรายได้ขายและบริการ 205,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.8%จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมี EBITDA 53 ล้านบาท ลดลง 7,047 ล้านบาท หรือลด 99.3%เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และขาดทุนสุทธิ 1,774.95ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อน 4,189 ล้านบาท

ทั้งนี้ในไตรมาส2/2569 บริษัทมีรายได้จากทุกกลุ่มธุรกิจเติบโตขึ้น โดยรายได้ขายของกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้น 16.8% และ 24.3% ตามลำดับ จากราคาจำหน่ายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มปรับตัวลดลงในไตรมาส2 /69 แม้ว่าปริมาณจำหน่ายจะลดลง เนื่องจากอุปสงค์โดยรวมชะลอตัว อันเป็นผลจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล รวมทั้งกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 2.8% จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ตามปัจจัยฤดูกาล ในไตรมาส2/69 มี EBITDA จำนวน 53 ล้านบาท ลดลง 7,047 ล้านบาท หรือลดลง99.3%เมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรและปริมาณจำหน่ายที่ปรับลดลง ทั้งในกลุ่มธุรกิจ Mobility จากตลาดค้าปลีกน้ำมัน และกลุ่มธุรกิจ Global จากฟิลิปปินส์ และ สปป.ลาว ประกอบกับมีประมาณการผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าสินค้าคงเหลือ(Net Realizable Value: NRV) อันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ปรับตัวลดลงเช่นกัน จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย และค่าซ่อมแชมบำรุงรักษาเป็นหลัก สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน (Share of gain from investments) ภาพรวมลดลง จากการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ในไตรมาสนี้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบคอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ส่งผลให้เกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลจากการป้องกันความเสี่ยงด้วยตราสารอนุพันธ์ขาดทุนลดลงเมื่อเทียบกับ
ไตรมาสก่อน


ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี2569 OR มีรายได้ขายและบริการ จำนวน 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น9.2% จากข่วงเดียวกันปีก่อนในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global ที่รายได้ขายเพิ่มขึ้น 8.4% และ 13.4% ตามลำดับ จากราคาจำหน่ายเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้ว่าปริมาณจำหน่ายปรับตัวลดลง รวมทั้งกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 4.3% จากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม ตามการขยายสาขาในครึ่งปีแรก 2569 EBITDA จำนวน 7,153 ล้านบาท ลดลง 3,883 ล้านบาท หรือลดลง35.2% โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรปรับตัวลดลง โดยหลักจากน้ำมันอากาศยานและดีเซล สวนทางกับเบนชินที่ปรับตัวดีขึ้น และกลุ่มธุรกิจ Global ที่กำไรขั้นตันปรับตัวลดลงในประเทศกัมพูชาและสปป.ลาว

นอกจากนี้ทั้งสองกลุ่มธุรกิจได้บันทึกประมาณการผลขาดทุนจาก NRV เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyleเพิ่มขึ้น ตามกำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น จากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับภาพรวมค่าใช้จ่ายดำเนินงานปรับเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ สำหรับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในงวดนี้ อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน สวนทางกับตราสารอนุพันธ์ที่มีผลขาดทุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ OR มีกำไรสุทธิ 640 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 5,971 ล้านบาท หรือลดลง90.3%