xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ.ปรับกลยุทธ์ใหม่ เน้นความมั่นคงพลังงานในไทย-เติบโตตปท.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปตท.สผ.ปรับกลยุทธ์ใหม่ เน้นสร้างความมั่นคงพลังงานในประเทศและการเติบโตในต่างประเทศ โดยรักษาการผลิตให้ได้60%ของความต้องการใช้ก๊าซในประเทศ และมีสัดส่วนกำไรมากกว่า 50%มาจากต่างประเทศ โดยเน้นลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง คาดไตรมาส3/69 มีปริมาณขายปิโตรเลียม 5.25แสนบาร์เรล/วัน ลดลงจากไตรมานก่อน เหตุมีการปิดซ่อมบำรุง

นายเสริมศักดิ์ สัจจะวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ มุ่งเน้นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในประเทศ และการสร้างความมั่นคงในการเติบโตในต่างประเทศ โดยบริษัทรักษากำลังการผลิตให้ได้ 60%ของความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศ และขยายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบในต่างประเทศ โดยตั้งเป้ามีกำไรมากกว่า 50%มาจากต่างประเทศภายในปี 2578 ที่ปตท.สผ.สามารถเติบโตได้ด้วยอัตรา 1-3%

สำหรับยุทธศาสตร์ในการเสริมสร้างความมั่นคงในประเทศไทย จะมี 2 ประเด็นหลัก คือ การรักษาและเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนการผลิต ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การขุดเจาะ การนำแท่นผลิตกลับมาใช้งาน ซึ่งในไตรมาส 2/2569 ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ซึ่งการนำกลับมาใช้สามารถลดต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบกับการก่อสร้างได้ 50% และการเพิ่มศักยภาพแหล่งก๊าซใหม่ทั้งบนบกและอ่าวไทย อาจจะมีต้นทุนในการพัฒนาที่สูงขึ้น เพราะเป็นแหล่งก๊าซที่อยู่ลึกลงไปจากแหล่งปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนที่สูงขึ้น อาจจะมีราคาก๊าซใหม่ที่สามารถแข่งขันได้กับการนำเข้า LNG ได้

ส่วนการเติบโตในต่างประเทศ โดยบริษัทโฟกัสการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะแหล่งก๊าซขนาดใหญ่ที่ค้นพบในมาเลเซีย คือแหล่งลังเลอบาห์-2 จะเป็นโครงการที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาแผนการลงทุน น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมทั้งแหล่ง Greenfield จะเร่งรัดให้เป็นไปตามแผน ส่วนตะวันออกกลาง ทั้งโอมานและUAE โดยแหล่งกาชา อยู่ในช่วงพัฒนาตามแผนงาน ส่วนในโอมานเป็นแหล่งที่มีปิโตรเลียมศักยภาพสูง ยังเติบโตต่อเนื่อง และแอลจีเรีย มีการขยายเพิ่มกำลังการผลิตแหล่งฮาสสิ เบอร์ ราเคซ เฟส2

ทั้งนี้ บริษัทฯยืนยันไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง เนื่องจากประเทศโอมานมีความเป็นกลาง และUAE ปตท.สผ.เป็นผู้ร่วมลงทุนโครงการ ซึ่งอยูระหว่างการก่อสร้าง โดยUAEได้แยกตัวออกจากกลุ่มโอเปก แล้ว

นายเสริมศักดิ์ กล่าวถึงแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของปี2569 ว่า บริษัทมีแผนปิดซ่อมบำรุงตามแผนงานโครงการในไทยและมาเลเซีย ส่งผลให้ปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 525,000บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงจากไตรมาส2/2569 ที่เฉลี่ย 573,000บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน แต่สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ทั้งปี2569 บริษัทมีปริมาณการขายอยู่ที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน โตขึ้น 10%จากปีก่อน โดยหลักจากการรับรู้ปริมาณขายเต็มปีสำหรับโครงการที่ได้เข้าซื้อกิจการระหว่างปี 2568ได้แก่ โครงการมาเลเซีย เอสเค 408 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซียเอ 18 และโครงการแอลจีเรีย ทูอัท รวมถึงการผลิตก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นจากโครงการในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนความต้องการพลังงานภายในประเทศ

ด้านราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลัง 3-21 เดือน บริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยสำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 และสำหรับปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 6.2 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู และทั้งปี2569 อยู่ที่ 6.0 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ปรับตัวขึ้นตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่วนราคาน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของบริษัทจะผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก บริษัทคาดว่าปีนี้ ราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบอยู่ที่ 80-90เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และLNG 16-17เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

สำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 และสำหรับปี 2569 ปตท.สผ. คาดว่าจะสามารถรักษาต้นทุนต่อหน่วยให้อยู่ในระดับประมาณ 30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยหลักจากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน