CAAT ประกาศ”การตรวจค้นสัมภาระบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569” ให้อำนาจเจ้าหน้าที่เปิดค้นกระเป๋าโหลดใต้เครื่องได้โดยไม่ต้องอยู่ต่อหน้าผู้โดยสาร ทำลายตัวล็อกได้ ไม่ต้องชดเชย เริ่ม 16 ต.ค. 69 ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย แนะผู้โดยสารตรวจสอบวัตถุต้องห้าม ของผิดกฎหมาย
รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. ได้ออกประกาศ ลงวันที่ 24 ก.พ.2569 “การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนที่จะบรรทุกไปกับอากาศยาน พ.ศ. 2569” มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยการบินให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
กำหนดให้ผู้ดำเนินการสนามบินสาธารณะมีอำนาจหน้าที่ตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียน ในกรณีที่ทำการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนและเป็นที่สงสัยว่ามีวัตถุต้องสงสัย วัตถุระเบิด วัตถุต้องห้าม วัตถุอันตราย หรือสิ่งอื่นใดที่ต้องห้ามบรรทุกไปกับอากาศยาน ให้พนักงานตรวจค้นมีอำนาจเปิดสัมภาระนั้นเพื่อทำการตรวจค้น หากพบวัตถุต้องสงสัย วัตถุระเบิด วัตถุต้องห้าม วัตถุอันตรายหรือสิ่งอื่นใดที่ต้องห้ามบรรทุกไปกับอากาศยาน ให้พนักงานตรวจค้นมีอำนาจยึดวัตถุดังกล่าวไว้ได้โดยไม่คืนและดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ดำเนินการสนามบินสาธารณะต้องจัดให้มีวิธีการในการบันทึกภาพการเปิดสัมภาระเพื่อตรวจค้นและจัดให้มีวิธีการเพื่อแจ้งให้เจ้าของสัมภาระนั้นทราบว่าสัมภาระของตนถูกเปิดตรวจค้นด้วย
โดย CAAT ออกคำแนะนำให้ผู้โดยสารควรตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียนให้เป็นไปตามประกาศเกี่ยวกับวัตถุต้องห้าม สิ่งของผิดกฎหมาย และข้อกำหนดด้านการรักษาความปลอดภัยของสนามบินก่อนเดินทางทุกครั้ง
และประชาสัมพันธ์แนวทางการตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางโดยอากาศยาน โดยแนะนำให้ผู้โดยสารเลือกใช้อุปกรณ์หรือระบบล็อกสัมภาระที่ได้มาตรฐานสากล เช่น TSA Lock ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วย Master Key หรือ TSA Master Tool เพื่อให้การเปิดตรวจค้นในกรณีจำเป็นสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสัมภาระลงทะเบียน (กระเป๋าโหลดใต้ท้องอากาศยาน) ของผู้โดยสาร
ทั้งนี้ การตรวจค้นสัมภาระลงทะเบียนเป็นมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยการบินตามมาตรฐานสากล หากมีการเปิดตรวจค้น สนามบินจะดำเนินการจัดเก็บหลักฐาน และแจ้งผู้โดยสารผ่านเอกสารแจ้งการตรวจค้นสัมภาระ โดยในกรณีที่ตรวจพบวัตถุต้องห้ามบรรทุกไปกับอากาศยาน พนักงานตรวจค้นมีอำนาจยึดวัตถุดังกล่าวไว้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า การตรวจสอบสิ่งของในสัมภาระก่อนเดินทาง จะช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น และเพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกเที่ยวบิน


