บอร์ดปตท.สผ.มีมติแต่งตั้ง “ คณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ” CEO คนใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 1ต.ค.69 เปิดวิสัยทัศน์การบริหารบริษัท มุ่งสร้างความแข็งแกร่งภายใต้กรอบแนวคิด 3ด้าน สร้างความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงและให้ความสำคัญ “คน” เน้นสร้างผู้นำรุ่นใหม่
นางสาวญาณินี วจีประทับจิต เลขานุการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ปตท.สผ. เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ปตท.สผ. แทนนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ที่จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นับเป็นCEOหญิงคนแรกของปตท.สผ.
นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ อายุ 55ปี
จบการการศึกษา Master of Sciences (Engineering Management), University of Missouri-Rolla ประเทศสหรัญอเมริกา , วิศวกรรมศาสต์รบัณฑิต (สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง CEO Designate ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาดม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่จะรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. และนังดำรงตำแหน่งรักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล
วิสัยทัศน์ในการบริหารกิจการของปตท.สผ.มุ่ง1.สร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืนโดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิดและเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืนของปตท.สผ. 3ด้านได้แก่ High Performance Organization (HPO), Governance/Risk/Compliance (GRC), Sustainable Value Creation (SVC) พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593
2.สร้างความพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการดำเนินงานและโมเดลธุรกิจโดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรผ่านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Management of Change)อย่างมีประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้ Digital & AIรวมถึงการทำงานภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ (Cost Competitiveness)และการปรับการทำงานที่เป็น Non-operating Joint Venture Partnerให้เป็นเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ 3. ให้ความสำคัญกับคน (People)ในฐานะทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อน
การเติบโตของปตท.สผ.เนื่องจากคนคือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมความสามารถในการแข่งขันและความสำเร็จขององค์กรการขับเคลื่อนจะเน้นผ่านการสร้างผู้นำรุ่นใหม่การประเมินผลงานอย่างเป็นธรรมและการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสม
ทั้งนี้ปตท.สผ.มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์การขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมส่งผลให้ปตท.สผ.สามารถบรรลุปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยในปี 2568สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่จัดตั้งบริษัทที่ระดับ 509,905บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
พร้อมกำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions)ภายในปี 2593โดยส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมอาทิเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS)โดยมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision)สำหรับโครงการ CCSในแหล่งอาทิตย์ซึ่งนับเป็นโครงการ CCSแห่งแรกของประเทศไทย
กำหนดทิศทางและวางแนวทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศโดยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายแหล่งก๊าซธรรมชาติ 3แนวหลัก (Gas Corridors)ซึ่งครอบคลุมโครงการผลิตในอ่าวไทย (Eastern Corridor)ประเทศเมียนมา (Western Corridor)และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (Southern Corridor)ซึ่งรวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการผลิต
ในอ่าวไทยและโครงการผลิตบนบกซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานภายในประเทศตลอดจนการขยายการลงทุนในโครงการในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (MTJDA)ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ประเทศไทย


