“สิริพงศ์”รมช.คมนาคมลงพื้นที่ศรีสะเกษ - อุบลราชธานี ติดตามยกระดับระบบราง -ถนน ดันรถไฟทางคู่เฟส 2 “ชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี “ วงเงิน 4.4 หมื่นล้าน ชงครม.ต้นปี 70 คาดเปิดให้บริการปี 75 เชื่อมการเดินทางและโลจิสติกส์ หนุนเศรษฐกิจอีสานใต้
วันที่ 2 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามการยกระดับศักยภาพระบบคมนาคมขนส่งทางรางและทางถนนในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษ โดยตรวจเยี่ยมการให้บริการ ณ สถานีรถไฟศรีสะเกษ เพื่อติดตามการให้บริการเดินรถ การบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงรับฟังแผนการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่สถานี บริเวณวงเวียนน้ำพุหน้าสถานีรถไฟศรีสะเกษ โดยปรับปรุงลานน้ำพุระดับผิวถนน เเสงสว่าง เเละภูมิทัศน์รอบวงเวียน เพื่อยกระดับการเดินทางของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาค
สถานีรถไฟศรีสะเกษ เป็นสถานีสำคัญบนเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมกรุงเทพมหานครกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ปัจจุบันมีรถไฟให้บริการวันละ 20 ขบวน ครอบคลุมรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว และรถท้องถิ่น รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 1,900 คนต่อวัน ที่สถานีมีระบบขนส่งต่อเนื่อง (Feeder) ได้แก่ รถสองแถว รถแท็กซี่ รถตู้ และรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน
ในอนาคต สถานีรถไฟศรีสะเกษจะสามารถเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมเสนอขออนุมัติโครงการต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อการเดินทาง และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาระบบคมนาคมของจังหวัด พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ให้สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน
ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า กรมราง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบรางควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในทุกมิติ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าแบบไร้รอยต่อ (Seamless Transport) โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระหว่างระบบรางกับระบบขนส่งสาธารณะและโครงข่ายถนน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่และภูมิภาคในระยะยาว
นายพิเชฐ กล่าวว่า จังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดศรีสะเกษเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงการคมนาคมกับภูมิภาคใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาระบบรางให้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน ยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทั้งภายในพื้นที่และระหว่างจังหวัด ตลอดจนเสริมความสมบูรณ์ของโครงข่ายคมนาคม อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างในระยะยาว
สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ–อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงินลงทุน 44,095.36 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนเสนอครม. ขออนุมัติโครงการ ภายในไตรมาส 1 ปี 2570 แผนดำเนินงาน เริ่มก่อสร้างภายในปี 2571 เปิดให้บริการปี 2575
ทั้งนี้ กรมรางพร้อมบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยมุ่งยกระดับระบบรางให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน


