"สิริพงศ์” ลุยพื้นที่อุบลฯ ตรวจบริการสถานีขนส่ง ฟังปัญหาตรงจากประชาชน ยกระดับการเดินทาง และติดตามขยาย 4 เลน"ทล. 2083" เพิ่มศักยภาพ เชื่อมอุบลฯ- ศรีสะเกษ- สุรินทร์
วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงขนาดใหญ่ในพื้นที่ พร้อมตรวจเยี่ยมสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี ติดตามการดำเนินงานและการให้บริการขนส่งสาธารณะแก่ประชาชน
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ได้ติดตามการให้บริการขนส่งสาธารณะ พร้อมตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถ โดยกำชับให้มีการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดของพนักงานขับรถอย่างเคร่งครัดก่อนปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมรับฟังการบริหารจัดการเส้นทางรถโดยสารทั้งภายในจังหวัด ระหว่างจังหวัด และระหว่างประเทศ ตลอดจนรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่
ทั้งนี้ ได้กำชับให้กรมการขนส่งทางบก ยกระดับและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยการปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง โดยเฉพาะในเส้นทางที่ผู้ได้รับใบอนุญาตเดิมละเว้นการให้บริการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ โดยให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำให้เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อรับบริการ โดยเฉพาะด้านการขอรับและต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
นอกจากนี้ ได้กำชับให้เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเดินทางมายื่นขอตรวจสอบสิทธิ์การถือครองกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ และรักษาสิทธิ์ของตนเองต่อไป
@เร่งขยาย 4 เลน"ทล. 2083" เพิ่มศักยภาพ เชื่อมอุบลฯ- ศรีสะเกษ- สุรินทร์
จากนั้น นายสิริพงศ์ ได้เดินทางไปแขวงทางหลวงศรีสะเกษที่ 1 เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมต่างๆ อาทิ โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2083 (กม.10+505 - กม.20+089) ซึ่งเป็นการขยายถนนจาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 9.584 กิโลเมตร พร้อมสะพานข้ามแม่น้ำมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและรองรับการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมในภูมิภาค รวมทั้งติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 220 (กม.51+800 - กม.56+294) ซึ่งเป็นการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 4.494 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพการคมนาคมเชื่อมต่อจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดสุรินทร์
สำหรับโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 24 ตอน 1 (กม.305+000 - กม.316+500) และตอน 2 (กม.330+000 – กม.343+000 และ กม.345+500 – กม.348+500) ได้วางแผนยกระดับชั้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย โดยก่อสร้างทางยกระดับ สะพาน และทางขนาน เพื่อแยกการสัญจรของรถทางไกลออกจากการจราจรในพื้นที่ ลดจุดตัด ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ และเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางบนทางหลวงสายหลัก นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 221 เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงการเดินทางในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในอนาคต
นอกจากนี้ ยังติดตามแผนงานโครงการขนาดย่อยที่มุ่งยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพโครงข่ายทางหลวง ได้แก่ การปรับปรุงทางหลวงผ่านย่านชุมชน การพัฒนาระบบระบายน้ำ การปรับปรุงจุดเสี่ยงและบริเวณอันตราย การติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง รวมถึงการปรับปรุงเกาะแบ่งทิศทางการจราจร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้เส้นทางอย่างต่อเนื่อง
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะเร่งผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โดยเฉพาะโครงข่ายถนน ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ตลอดกระบวนการ ควบคู่กับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นอย่างไร้รอยต่อ ทั้งระบบราง และท่าอากาศยาน เพื่อยกระดับการเดินทางแบบไร้รอยต่อทั้งระบบ โดยการออกแบบโครงการจะคำนึงถึงความประหยัดและความยั่งยืนเป็นสำคัญ พร้อมเสนอต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณดำเนินการในระยะต่อไป เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคมให้มีความปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน


