xs
xsm
sm
md
lg

ปตท.สผ. ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 29.77%แตะ 3.9หมื่นล. บอร์ดฯอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท


เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปตท.สผ. โชว์กำไรครึ่งปีแรก 3.9 หมื่นล.พุ่งขึ้น29.77% มาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมลงทุน มีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรล/วัน พร้อมเร่งผลิตก๊าซฯในประเทศสูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา เพื่อลดผลกระทบด้านพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.50บาทต่อหุ้น

ปตท.สผ.เผยความคืบหน้าการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ยังคงผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มกำลัง รองรับผลกระทบด้านพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยบริษัทยังสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินธุรกิจให้กับรัฐ เพื่อการพัฒนาประเทศกว่า 27,700 ล้านบาท พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP)หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 176,756 ล้านบาท (เทียบเท่า 5,495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมลงทุนในปีก่อนหน้า ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้การดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้นร้อยละ29.77 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 30,076 ล้านบาท

ทั้งนี้  ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทณเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569

ในรอบครึ่งแรกปี 2569 ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวนกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย


นายมนตรี กล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปตท.สผ. มุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยอัตราประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม และสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

ในด้านความยั่งยืน ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผสานกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงติดตั้ง ลดต้นทุนการก่อสร้าง ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับกรมประมง และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อนำขาแท่น (Jacket) หลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาจัดทำปะการังเทียมในอ่าวไทย โดยจะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จำนวน 9 ขาแท่นให้กับกรมประมง เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยให้แก่สัตว์ทะเล และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้