xs
xsm
sm
md
lg

เปิด 7 มาตรการเชิงรุกที่อุ้มพลังงานไทยทั้งระบบ ทำให้คนไทยยังมีไฟและก๊าซใช้ไม่ขาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลางที่เพิ่งเกิดขึ้น ภาพเรือขนส่งพลังงานขนาดยักษ์ที่ต้องหยุดชะงัก ลอยลำอยู่กลางทะเล ไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้...

เหตุการณ์ที่ดูเหมือนอยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์นั้น เกือบจะสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงความมั่นคงทางพลังงานของไทย แต่คำถามคือ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก และวิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำไมบ้านเราถึงยังมีไฟเปิด มีก๊าซหุงต้มใช้ และวิถีชีวิตยังคงดำเนินต่อไปได้ไม่สะดุด?

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ความโชคดี แต่อยู่ที่ “มาตรฐานการบริหารจัดการวิกฤต” ที่มองขาดทั้งระบบ



หรือไม่ว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG สูงถึง 40% ของการจัดหาก๊าซธรรมชาติทั้งประเทศ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบ LNG จากกาตาร์ ผู้จัดหาพลังงานหลักของประเทศรู้ดีว่า ไม่สามารถนั่งรอให้วิกฤตมาเคาะถึงประตูบ้านได้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. ในบทบาทบริษัทพลังงานแห่งชาติ จึงต้องงัด “7 มาตรการเชิงรุก” เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานออกมาใช้อย่างทันท่วงที ได้แก่

มาตรการที่ 1: กระจายความเสี่ยงจัดหา LNG ทั่วโลก

ปตท. ในฐานะ 1 ใน 5 ผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ ได้กระจายความเสี่ยงการจัดหา LNG จากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลก สงครามในตะวันออกกลางจึงไม่กระทบปริมาณ LNG ทั้งหมดของประเทศ ทั้งนี้กรณีผู้ผลิตจากกาตาร์ไม่สามารถส่งมอบได้ตามสัญญา ปตท. ก็สามารถเร่งจัดหา Spot LNG มาทดแทนตามที่ภาครัฐได้มอบหมาย นอกจากนั้นยังได้มีการบริหารระดับคลังสำรอง (LNG Inventory) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

มาตรการที่ 2: เร่งกำลังการผลิต

ใช้วิธีเรียกรับก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มกำลังการผลิตจากผู้ผลิตในอ่าวไทยขึ้น 4% และจากประเทศข้างเคียงอีก 3%

มาตรการที่ 3: เลื่อนแผนซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ

ด้วยการเลื่อนการซ่อมบำรุงหน่วยที่ 6 ออกไป ทำให้เครื่องจักรสามารถเดินหน้าได้เต็มกำลังการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ส่งให้โรงไฟฟ้า และก๊าซ LPG

มาตรการที่ 4: จัดสรร LPG ทุกกลุ่มอย่างเพียงพอ

ดูแลปริมาณ LPG ในประเทศให้เพียงพอต่อภาคครัวเรือน และการเดินเครื่องโรงงานของกลุ่ม ปิโตรเคมี โดยให้โรงแยกก๊าซฯ ทำหน้าที่แยกส่วนประกอบไฮโดรคาร์บอนให้เกิดคุณค่าสูงสุด เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบตั้งต้น

มาตรการที่ 5: สนับสนุนอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ต่อเนื่องจากการล็อกยอดผลิต คือการรักษาระดับการส่ง LPG ให้โรงงานปิโตรเคมี เพื่อช่วยลดภาระที่ประเทศจะต้องนำเข้าเม็ดพลาสติกราคาแพงจากต่างประเทศ

มาตรการที่ 6: เตรียมพร้อมระบบ NGV

เตรียมความพร้อมในสถานีบริการและระบบขนส่งก๊าซ NGV ให้เพียงพอ เพื่อรองรับความต้องการใช้ NGV ที่เพิ่มสูงขึ้น

และ มาตรการที่ 7: หนุนนโยบายรัฐ

ปตท. สนับสนุนมาตรการของภาครัฐในการบริหารจัดการต้นทุนก๊าซธรรมชาติ เพื่อบรรเทาภาระของประชาชนให้ได้มากที่สุด

จะเห็นได้ว่า วิกฤตการณ์พลังงานในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า “ความมั่นคงทางพลังงาน” เกิดจากการเตรียมความพร้อม และการบริหารจัดการเชิงรุกอย่างบูรณาการ

โดยเป้าหมายสูงสุดคือการรักษาเสถียรภาพระบบพลังงาน และดูแลให้ก๊าซธรรมชาติยังคงทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนไทย ให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างมั่นคง