xs
xsm
sm
md
lg

“รมช.คมนาคม”ตามงานพัฒนา ปรับปรุงถนน”นครสวรรค์และชัยนาท” กำชับดูแลผลกระทบประชาชนระหว่างก่อสร้าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ภัทรพงศ์”ติดตามการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่”นครสวรรค์และชัยนาท”กำชับเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทางต่างระดับ”แยกพยุหะคีรี”ปรับปรุงทล.3004 ,ปรับปรุงจุดตัด ทล. 117 ,ทล. 122 กับ ทางเลี่ยงเมืองยกระดับความปลอดภัย

วันที่ 23 ก.ค. 2569 นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดชัยนาท เพื่อตรวจราชการและติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง การคมนาคม พร้อมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนจากประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีนายสืบพงษ์ ไพศาลวัฒนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางบก ผู้บริหารกรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) หน่วยงานในพื้นที่เกี่ยวข้อง และผู้นำชุมชนร่วมลงพื้นที่

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า ได้รับนโยบายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อรับฟังเสียงจากประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ ถึงข้อมูลด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมขนส่ง และประเด็นปัญหาต่างๆ เพื่อนำมากำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาและผลักดันการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท และพื้นที่ใกล้เคียง ในความรับผิดชอบของหน่วยงานในสังกัดฯ ได้แก่ ทล. ทช. ประกอบด้วย

1. โครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ จุดตัดทางหลวงหมายเลข 1 ตัดทางหลวงหมายเลข 3008 (แยกพยุหะคีรี) จังหวัดนครสวรรค์ ได้ติดตามมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมขณะก่อสร้าง เช่น การจัดการจราจร การระบายน้ำท่วมผิวทางในช่วงฤดูฝน และการขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของการขยายช่องจราจรในจุดที่ถนนแคบไม่มีไหล่ทาง

2.จุดทางหลวงหมายเลข 3004 ตอนพระนอน – ท่าตะโก ช่วงกิโลเมตรที่ 40+000 – 42+300 จังหวัดนครสวรรค์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ณ ห้องประชุมเทศบาลท่าตะโก ได้ติดตามความก้าวหน้าของการปรับปรุงทางหลวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชนและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอท่าตะโก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของชุมชนและภาคการเกษตร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ทาง การระบายน้ำ การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ป้ายจราจร และการอำนวยความสะดวกในช่วงการก่อสร้าง

โดยเร่งผลักดันงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาผิวทางชำรุดจากรถบรรทุกน้ำหนักมากในสายทางของ ทช. การแก้ปัญหาป้องกันน้ำท่วมผิวทางช่วงฤดูฝนบริเวณหน้าโรงเรียนไพศาลีและจุดที่มีน้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ การขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรเพื่อแก้ปัญหาถนนแคบรองรับการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรช่วงฤดูเก็บเกี่ยว พร้อมให้ ทล. ประเมินเรื่องของความปลอดภัยในการเปิดจุดขับรถและระบบไฟฟ้าส่องสว่างในพื้นที่ พร้อมการพิจารณาเกี่ยวกับการปรับแบบการก่อสร้างโครงการให้สอดคล้องกับการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน


3. โครงการปรับปรุงทางแยกจุดตัด ทางหลวงหมายเลข 117 ตัดทางหลวงหมายเลข 122 ตัดทางหลวงหมายเลข 225 ทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ตอน1 จังหวัดนครสวรรค์ รับฟังความก้าวหน้าของโครงการปรับปรุงทางแยก ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงสายหลักของภาคเหนือ มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและรองรับรถบรรทุกสินค้าเป็นจำนวนมาก

โดยจุดเริ่มต้นโครงการฯ ตอน 1 ที่ กม.0+000 จุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่ กม.8+000 ระยะทาง 8.00 กม. รวมงานก่อสร้างสะพาน 5 จุด งานก่อสร้างกำแพงกันดินเชิงลาดสะพาน งานปรับสภาพผิวทาง งานระบบระบายน้ำ งานติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย โดยตัดถนนมาตรฐานทางเลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ผิวจราจรกว้าง 11.00 ม. ออกแบบจุดกลับรถให้เหมาะสมกับปริมาณการจราจรในแต่ละช่วง จุดตัดทางแยกต่างระดับออกแบบเป็นทางแยกต่างระดับเชื่อมทางหลวงหมายเลข 117 122 และ 225 รองรับการจราจรทุกทิศทางบริเวณทางเลี่ยงเมือง กำหนดแล้วเสร็จโครงการฯ ภายใน 17 กันยายน 2569 ปัจจุบันความก้าวหน้าโดยรวม คิดเป็น 80.29% ผลการดำเนินงานเร็วกว่าแผนงาน +0.94%

โดยเน้นย้ำให้ ทล. ดำเนินการก่อสร้างควบคู่กับการบริหารจัดการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทาง พร้อมกำชับให้มีมาตรการด้านความปลอดภัยและการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการเบี่ยงการจราจรอย่างต่อเนื่อง


4. วิเคราะห์ปัญหาน้ำท่วมและแนวทางการแก้ไขจุดทางหลวงหมายเลข 3329 ตอนตาคลี – หนองหลวง ช่วงกิโลเมตรที่ 4+000 – 6+000 จังหวัดนครสวรรค์ มีจุดน้ำท่วมข้ามผิวทาง ที่ กม.4+246 ระดับน้ำขัง 2 ข้างไหล่ทางสูงกว่าผิวทาง ซึ่งมีสาเหตุมาจากพื้นที่มีความลาดเอียงจากทิศตะวันออกและทิศเหนือไหลลงสู่พื้นราบตามธรรมชาติ เมื่อมีปริมาณฝนมากทำให้น้ำขังสองข้างทางไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน ทั้งนี้ รับฟังรายงานความคืบหน้าการปรับปรุงสภาพทางเพื่อเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนและแนวทางการแก้ไขปัญหาแบ่งออกเป็น 3 ระยะโดยระยะเร่งด่วนจะดำเนินการวางท่อระบายน้ำ 2 ข้างทาง กำจัดสิ่งกีดขวางและวัชพืช พร้อมขุดลอกคูระบายน้ำและจุดรับน้ำเพิ่มเติม ทั้งนี้กำชับให้ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้าง การดูแลระบบระบายน้ำ การจัดการด้านความปลอดภัย การลักตัดสายไฟทำให้ระบบไฟฟ้าบนถนนดับ และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ

และ5.โครงการก่อสร้างทางต่างระดับบนถนนสาย ทช.ชน.1014 ข้าม ทล.32 อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ซึ่ง ทช.ได้ดำเนินการโครงการฯเพื่อแก้ไขปัญหา จากที่ประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบล ในอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ได้รับความเดือดร้อนจากการข้ามทางหลวงหมายเลข 32 บริเวณช่วง กม.ที่ 145.00–146.00 ซึ่งตัดกับถนนสาย ชน.1014 และชน.4024 เพราะบริเวณดังกล่าวมียานพาหนะจำนวนมาก ทำให้การสัญจรข้ามพื้นที่ล่าช้าและอันตราย รวมไปถึงเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง

โดยดำเนินโครงการบริเวณทางหลวงหมายเลข 32 กม.ที่ 145+250 แบ่งเป็นงานสะพานประกอบด้วยช่วง 28 เมตร 3 ช่วง และช่วง 35 เมตร 9 ช่วง และงานถนนต่อเชื่อมความยาวรวม 1.450 กิโลเมตร รองรับการจราจรของรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน 2 ช่องจราจร กว้างช่องละ 3.50 เมตร และไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร กำหนดแล้วเสร็จโครงการฯ ภายใน 18 มีนาคม 2571 ปัจจุบันความก้าวหน้าโดยรวม คิดเป็น 14.54% ผลการดำเนินงานเร็วกว่าแผนงาน +17.02 % ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมและยกระดับความปลอดภัยบริเวณจุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 32 หรือถนนสายเอเชียได้อย่างชัเดจ


ทั้งนี้ ได้กำชับให้ ทล. ทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนงาน ภายใต้มาตรฐานด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย และความโปร่งใส ควบคู่กับการรับฟังความคิดเห็นและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิดเพื่อลดผลกระทบระหว่างการก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีวันหยุดยาว และให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเต็มประสิทธิภาพ พัฒนาโครงข่ายทางหลวงอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ลดต้นทุนด้านการขนส่ง เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดชัยนาท และภูมิภาคโดยรวม