xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” หารือ”ทูตอินเดีย”ขยายร่วมมือ”การบิน ท่าเรือ ถนน"ดันบินตรง'เชียงใหม่-อินเดีย'ดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” หารือเอกอัครราชทูตอินเดีย เดินหน้า 80 ปีความสัมพันธ์ไทย-เอเชียใต้ ดันขยายความร่วมมือคมนาคม”การบิน ท่าเรือ ถนน”เล็งเพิ่มเที่ยวบิน การขยายเส้นทางบินสู่เมืองสำคัญของทั้งสองประเทศ ยกระดับความปลอดภัย หนุนท่องเที่ยว การค้า

วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ นายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะหลังเข้ารับหน้าที่ พร้อมหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างไทยและอินเดีย โดยมี นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เข้าร่วม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ประเทศไทยและสาธารณรัฐอินเดียมีความสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการคมนาคมขนส่ง โดยในปี 2570 จะเป็นวาระครบรอบ 80 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับความร่วมมือให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยอินเดียเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเทคโนโลยี ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นประตูสำคัญของภูมิภาคอาเซียน การเชื่อมโยงระบบคมนาคมระหว่างกันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการเดินทาง แต่เป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ และภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการบินระหว่างไทยและอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีการเดินทางระหว่างกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนมกราคม - พฤษภาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยแล้วกว่า 1,056,729 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.98 จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนการเพิ่มเที่ยวบินระหว่างไทยและอินเดีย รวมทั้งการขยายเส้นทางบินสู่เมืองสำคัญของทั้งสองประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดเส้นทางบินตรงจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังประเทศอินเดีย ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียม โดยพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาการให้บริการแก่ผู้โดยสารชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยไทยพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนไม่ว่าจะมาจากประเทศใด ความปลอดภัยและความสะดวกในการเดินทางถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รับความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย

ในด้านการขนส่งทางน้ำ นายพิพัฒน์ ได้หารือถึงการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างท่าเรือระนองกับท่าเรือสำคัญของอินเดียทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าเรือเจนไน ท่าเรือวิสาขปัทนัม และท่าเรือกัลกัตตา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับอินเดียให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ศักยภาพของท่าเรือฝั่งอันดามันของประเทศไทยในการเชื่อมโยงการค้ากับภูมิภาคเอเชียใต้


นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของความตกลงการขนส่งทางถนนระหว่างอินเดีย เมียนมา และไทย (India - Myanmar - Thailand Motor Vehicle Agreement : IMTMVA) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการขนส่งทางถนนระหว่างเอเชียใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต อันจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ เพิ่มโอกาสทางการค้า และสร้างประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและประชาชนของภูมิภาคโดยรวม

ด้านเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดำเนินนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับสายการบินของอินเดียในการรักษาระดับจำนวนเที่ยวบินและนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงการผลักดันเส้นทางบินใหม่สู่จังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต

เอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนการเชื่อมโยงด้านคมนาคมระหว่างสองประเทศ ทั้งด้านการขนส่งทางทะเลและทางถนน ตลอดจนพร้อมเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในประเทศอินเดีย โดยเฉพาะธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และสนับสนุนนักลงทุนอินเดียให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศในระยะยาว


เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่พร้อมเดินหน้าขยายความร่วมมือกับสาธารณรัฐอินเดียในทุกมิติ เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับเอเชียใต้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนของทั้งสองประเทศ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้พบหารือกันอีกครั้งในการประชุม BIMSTEC ณ สาธารณรัฐอินเดียในโอกาสต่อไป