บีกริม ฟาร์มา (B.Grimm Pharma) เผยทิศทางธุรกิจยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างกลุ่มยารักษาโรคและผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับผู้บริโภค (Consumer Health) พร้อมเปิดตัวนวัตกรรมดูแลผิวพรรณภายใต้แนวคิด "Longevity" เพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัยและเทรนด์การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งการตลาดกลุ่ม Anti-aging มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาท
ชูจุดแข็งความเชี่ยวชาญกว่า 150 ปี และความยืดหยุ่นในวิกฤต
นางสาว คาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บี.กริม ฟาร์มา ระบุว่า แม้อุตสาหกรรมจะเผชิญกับวิกฤตและอุปสรรคด้านโลจิสติกส์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ด้วยประสบการณ์กว่า 150 ปี และการมีพันธมิตรที่หลากหลาย ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้จัดตั้ง "Task Force" เพื่อประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและวางแผนรองรับในรูปแบบ Worst-case Scenario รวมถึงการหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือก (Alternative Sourcing) ทั้งจากยุโรป อเมริกา และเอเชีย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้ตลอดเวลา (Accessibility)
รุกตลาด Consumer Health ด้วยนวัตกรรมและงานวิจัย
ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของบีกริม ฟาร์มา ประกอบด้วยกลุ่มยารักษาโรค 90% และกลุ่ม Consumer Health 10% ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะรุกตลาดผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดยปัจจุบันมีแบรนด์หลัก 4 แบรนด์ ได้แก่: 1.Exxe’: เน้นกลุ่ม Anti-aging และการสร้างสุขภาพผิวที่แข็งแรงในระยะยาว (Longevity) 2.Concept: ผลิตภัณฑ์กันแดดและดูแลปัญหาฝ้ากระ 3.Clear Soft: ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายและปัญหาสิว 4.Nutri Master: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์และอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยและพัฒนาส่วนผสมที่ตอบโจทย์ผิวของคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งใช้ฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสูงในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเครื่องสำอางระดับโลก เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ ‘Natural Repair Intelligence’ ก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งมอบแนวทางการดูแลผิวที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ด้าน ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EXXE PRO-AGE กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยประสบการณ์ด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูเซลล์ผิวยาวนานกว่า 40 ปี โดยนำองค์ความรู้จากการศึกษาคุณสมบัติของสารคัดหลั่งจากหอยทากบกและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสกินแคร์กับนวัตกรรม ‘Natural Repair Intelligence’ นั้น เกิดจากทีมวิจัยได้ค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี ‘พลังการฟื้นฟู’ ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้นำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล เพื่อส่งมอบสกินแคร์ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อมาตรฐานด้านสุขภาพของ บี.กริม ฟาร์มา
สำหรับ EXXÉ PRO-AGE ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวอย่างมืออาชีพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์หลัก คือ 1.EXXÉ PRO-AGE Serum ปลุกพลังผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา เซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้าจากความเครียดและมลภาวะ ให้กลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ยังไม่มีริ้วรอยลึก ต้องการผิวดูชุ่มชื้นสดใส แข็งแรง ไม่ดูอ่อนล้า และป้องกันการเกิดปัญหาผิว กับแนวคิด ‘Start Young, Stay Young’ และ 2. EXXÉ PRO-AGE+ Serum ที่ให้ผิวยัง (Young) ฟิต ผิวเฟิร์ม สุขภาพดี ชะลอสัญญาณแห่งวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวทีมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ต้องการผิวเรียบกระชับ ผิวแข็งแรงสุขภาพดีดู อ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา กับแนวคิด ‘Stay Young and Longevity’
เป้าหมายการเติบโตและกลยุทธ์การตลาด
สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกลุ่ม Anti-aging ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี บีกริม ฟาร์มา ตั้งเป้าหมายที่จะคว้าส่วนแบ่งการตลาด 3-5% ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยเน้นกลยุทธ์การจำหน่ายผ่านช่องทางที่หลากหลายทั้งออนไลน์ (Shopee, Lazada, TikTok) และออฟไลน์ในร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม (Health and Beauty Stores)
นางสาว คาโรลีน ลิงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกลุ่มยารักษาโรค บีกริมยังคงรักษามาตรฐานการผลิตยาสามัญ (Generic Drugs) ที่มีคุณภาพเทียบเท่าต้นตำรับ โดยครอบคลุมกลุ่มโรคสำคัญถึง 6-7 กลุ่ม เช่น โรคหัวใจ ระบบประสาท และเบาหวาน พร้อมขยายฐานการกระจายสินค้าไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำมากขึ้น
มุ่งสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมสุขภาพ
บีกริม ฟาร์มา ยืนยันในปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่เน้นความเป็นมืออาชีพและการเป็นผู้บุกเบิก (Pioneering) โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคต่อยาสามัญให้มั่นใจในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการขึ้นทะเบียนและกระจายสินค้า เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการรักษาและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้.


