กนอ.ลงนามสัญญาร่วมดำเนินงานกับ “ 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท” จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม 304 ที่กบินทร์บุรี ชูต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอัจฉริยะ ที่ผสมผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับระบบจัดการสิ่งแวดล้อมขั้นสูง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส4/2569 แล้วเสร็จอีก 2ปี คาดว่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ 1.5 หมื่นล้าน และสร้างการจ้างงาน 1หมื่นคน
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ. ร่วมกับ บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม 304 ในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนพัฒนา และให้บริการระบบสาธารณูปโภคภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ. โครงการนี้ได้รับการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคโดยใช้หลักการนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town) ผสานความเป็นนิคมฯอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate หรือ Smart I.E.) เพื่อสร้างความสมดุลและความยั่งยืนในทุกมิติ ทันต่อเปลี่ยนแปลงของกระแสอุตสาหกรรมโลก
“กนอ.คาดว่านิคมฯแห่งนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยศักยภาพของพื้นที่ และระบบพลังงานสะอาดที่มั่นคง ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระจายการลงทุนสู่ภาคตะวันออก และขับเคลื่อน GDP ของประเทศ โดย กนอ. พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานให้ก้าวหน้าภายใต้นโยบาย Ease of Doing Business ที่มุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้สะดวกรวดเร็วและโปร่งใส ผ่านเทคโนโลยีอัจฉริยะระบบ Smart I.E. เพื่อลดขั้นตอนทางราชการและส่งเสริมการลงทุนที่ยั่งยืน” นายสุเมธ กล่าว
นายจตุพร ดำเนินชาญวนิชย์ รองประธาน บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 8 สมาร์ท จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือดำเนินโครงการนี้เป็นการต่อยอดประสบการณ์กว่า 30 ปีของผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท ไอทาวน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ที่บริหารจัดการสวนอุตสาหกรรม 304 ในจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ สำหรับโครงการนิคมอุตสาหกรรม 304 แห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลลาดตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี บนพื้นที่รวม 1,273-1-49 ไร่ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการศึกษาจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569 และมีกำหนดการเริ่มก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ จะใช้เวลาในการก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 2 ปี
นิคมฯดังกล่าวคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้สูงถึง 15,000 ล้านบาท และสร้างอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 10,000 คน มุ่งเป้ารองรับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) อาทิ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ อาหารและเครื่องดื่ม ดิจิทัล เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงและเคมีชีวภาพ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม การแพทย์ครบวงจร รวมถึงอุตสาหกรรมเบา
“เรามีความพร้อมสูงสุดด้านระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ใช้ทรัพยากรสูง โดยนิคมฯ 304 มีจุดเด่นด้านพลังงานสะอาด จากโรงไฟฟ้าเนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลายของบริษัทในเครือฯ ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 893 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน 555 เมกะวัตต์ (ชีวมวล 398 เมกะวัตต์ และโซลาร์ลอยน้ำ 157 เมกะวัตต์) สามารถจ่ายไฟฟ้าสีเขียวได้อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และยังมีอ่างเก็บน้ำของตัวเองความจุ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรมได้สูงสุดถึง 344,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และมีแผนขยายเพิ่มอีก 80,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน สร้างความมั่นคง”
โครงการนิคมอุตสาหกรรม 304 ใช้เงินลงทุนระบบสาธารณูปโภคมาตรฐาน กนอ.รวมประมาณ 1,039.7 ล้านบาท บนพื้นที่จัดสรรที่แบ่งเป็นพื้นที่เกิดรายได้ (พื้นที่อุตสาหกรรม สนับสนุนอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม) 971 ไร่ พื้นที่ระบบสาธารณูปโภค 174 ไร่ และพื้นที่สีเขียวกับแนวกันชนรวม 127 ไร่ โครงการมีระบบผลิตน้ำประปา 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และระบบบำบัดน้ำเสีย SBR ขนาด 8,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ควบคู่ไปกับระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมเต็มรูปแบบด้วยคันดินกั้นน้ำและแนวกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก และระบบสื่อสารผ่านเครือข่ายประสิทธิภาพสูง และมีระบบบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมตามหลัก 3Rs และระบบติดตามขยะ (Manifest) อย่างเข้มงวดเพื่อความโปร่งใสและเป็นมิตรต่อชุมชน


