จากพนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ ในองค์กรจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ สู่ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ และวันนี้คือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทที่ปรึกษาด้านไมซ์ของตัวเอง เส้นทาง 34 ปีของ ดร.อรชร ว่องพรรณงาม (Dr. Orachorn Wongpan-ngam) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ดร.มี้โอน" ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เต็มไปด้วยบทเรียนที่เธอบอกว่าคุ้มค่าทุกก้าว
"34 ปีบนเวทีไมซ์สอนให้ฉันเรียนรู้ชีวิตในหลายมิติ 'โอกาส' ไม่ได้เข้ามาทุกวัน แต่เมื่อโอกาสมาถึงต้องรีบคว้าไว้ เพื่อท้าทายตัวเองสู่ความสำเร็จ"
ดร.อรชร กล่าวเปิดบทสนทนา พร้อมย้ำว่าความสำเร็จที่ผ่านมาไม่ได้มาจากตัวคนเดียว แต่มาจากความร่วมมือที่ดีและความซื่อสัตย์ที่สั่งสมมาตลอดเส้นทางการทำงาน
ปัจจุบัน ดร.อรชร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท 459 แมเนจเมนท์ แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอี คอนเนคท์ จำกัด หลังวางมือจากตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ
21 ปี งานแสดงสินค้าระดับโลก จุดเริ่มต้นความรักในวงการไมซ์
ก่อนจะมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ดร.อรชร เริ่มต้นเส้นทางในวงการนี้จากตำแหน่งเล็ก ๆ ในองค์กรระดับนานาชาติ ก่อนไต่เต้าขึ้นเป็นผู้บริหาร ในตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มโครงการ (Group Project Manager) ของบริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด หนึ่งในผู้จัดงานชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้เครือ Reed Exhibitions ผู้จัดงานอันดับหนึ่งของโลก โดยดูแลบริหารทีมงานทั้งในไทยและเวียดนามนานถึง 21 ปี
งานที่เธอบอกว่าทำให้ "หลงรักวงการจัดงานอย่างแท้จริง" คือโอกาสได้บริหารจัดการงาน "มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ" เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา เมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยรับหน้าที่ผู้จัดการประจำสวนองค์กรแสดง "แนวพระราชดำริทฤษฎีใหม่" และผู้จัดการงานแสดงกิจกรรมพิเศษระดับ A1 ตลอดระยะเวลาสามเดือน ความสำเร็จของงานครั้งนั้นทำให้เธอได้รับรางวัลจากประธานบริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (President Asia Pacific Award — Head Quarter) หลังจบงาน
จากภาคเอกชนสู่ข้าราชการเต็มตัว จุดเปลี่ยนที่มาจากโทรศัพท์สายหนึ่ง
เส้นทางสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศไทยเริ่มต้นเหมือนโชคชะตาลิขิต จากเสียงโทรศัพท์ยามค่ำคืนขณะที่เธออยู่ที่เวียดนาม เจ้านายเก่าโทรมาชวนสั้น ๆ ว่า "เบื่อทำงานกับเอกชนหรือยัง มาทำงานกับพี่ไหม" คำตอบที่ให้ไปแทบจะทันทีคือ "เบื่อแล้วค่ะ ร่างกายพังมาก ไม่ค่อยได้พักเลย"
ปี 2556 ดร.อรชร จึงเริ่มต้นชีวิตข้าราชการเต็มตัวในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บ เธอยอมรับว่าสองสัปดาห์แรกถึงกับตกใจกับการทำงานที่ต้องยึดตามระเบียบราชการทุกขั้นตอน และแอบถามตัวเองว่าจะไหวไหม เพราะรูปแบบการทำงานและการตัดสินใจแตกต่างจากเดิมมาก
"แต่ความท้าทายของงานที่ผู้บังคับบัญชาตั้งเป้าหมายไว้ คือการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ไมซ์ มาตรฐาน และการจัดงานอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้รู้สึกถึงความสำคัญระดับประเทศที่อยู่ตรงหน้า และบอกกับตัวเองว่า 'สู้สิค่ะ เดินทางมาถึงจุดนี้แล้วต้องไปต่อให้ได้'"
ด้วยความเป็นคนมี Passion ทุกครั้งที่ได้รับมอบหมายงานใหญ่จึงไม่เคยปฏิเสธ และหนึ่งในความสำเร็จที่เธอภาคภูมิใจที่สุดตลอด 13 ปีในองค์การมหาชน คือการผลักดันให้ทีเส็บก้าวสู่การเป็นองค์กรรับรองมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพไมซ์อย่างสมบูรณ์แบบตามกรอบมาตรฐาน ISO 17024 เพื่อรองรับวิชาชีพนี้สำหรับคนในอุตสาหกรรมไมซ์ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ผลงานที่วางรากฐานอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่เวทีอาเซียน
ตลอดเส้นทางการทำงาน ดร.อรชร มีผลงานสำคัญมากมายที่ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา บุคลากร สถานที่ และความยั่งยืน อาทิ
• ด้านการศึกษา: พัฒนาหลักสูตรไมซ์มาตรฐานสากล (MICE 101) ซึ่งบูรณาการเข้าสู่มหาวิทยาลัยกว่า 138 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับองค์ความรู้ให้คณาจารย์กว่า 900 ท่านผ่านโครงการ MICE Coach และขยายเครือข่ายการศึกษาไมซ์รวม 11 ศูนย์ทั่วประเทศ
• ด้านมาตรฐานบุคลากร: ผลักดันมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพไมซ์ 5 มาตรฐานอาชีพ รวม 14 ระดับคุณวุฒิ 59 หน่วยสมรรถนะ และมีผู้ได้รับการรับรองด้านไมซ์ระดับนานาชาติกว่า 1,500 คน ภายใต้มาตรฐาน ISO 17024
• ด้านมาตรฐานสถานที่และความยั่งยืน: พัฒนามาตรฐาน Thailand MICE Venue Standard (TMVS) และยกระดับสู่ ASEAN MICE Venue Standard (AMVS) รวมถึงมาตรฐาน Thailand Sustainable Event Management Standard (TSEMS) สู่ระดับอาเซียน (ASEMS) ส่งผลให้กรุงเทพมหานครติดอันดับ 2 ของเอเชียต่อเนื่อง 2 ปีซ้อนจาก Global Destination Sustainability (GDS) Index 2019 และจังหวัดสงขลาติดอันดับ 3 ของเอเชีย อันดับ 34 ของโลก จาก GDS Index 2024
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังครองอันดับหนึ่งของเอเชียด้านจำนวนผู้เชี่ยวชาญ Certified Incentive Specialist (CIS) และ Sustainable Event Professional (SEP) อันดับห้าของเอเชียด้าน Certified Meeting Professional (CMP) และอันดับหนึ่งของอาเซียนด้าน Certified Exhibition Management (CEM) ผลจากความร่วมมือระดับสากลกับองค์กรชั้นนำ อาทิ Society of Incentive Excellence (SITE), Event Industry Council (EIC) สหรัฐอเมริกา และสมาคม IAEE ที่ทำให้ไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพเพียงหนึ่งเดียวในอาเซียนของหลักสูตร CEM
ผลจากการยกระดับสู่มาตรฐานโลกเหล่านี้ ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถาบันการศึกษาด้านไมซ์มากที่สุดในโลก เป็นต้นแบบมาตรฐานสถานที่จัดงานของอาเซียน และเป็นประเทศที่มีผู้ประกอบการได้รับการรับรองมาตรฐานสากล (ISO) ด้านไมซ์มากที่สุดในโลก
เมื่อถามถึงอุปสรรค: "แค่คิดว่า 'ทำได้' ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้เสมอ"
เมื่อถูกถามว่าตลอดเส้นทางการทำงานมีปัญหาอุปสรรคบ้างหรือไม่ ดร.อรชร ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่าส่วนใหญ่คือเรื่องการประสานงาน ซึ่งเชื่อว่าคนทำงานหลายคนคงเคยเจอปัญหาลักษณะนี้เช่นกัน
"หน้าที่หลักของพี่โอนคือการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทั้งด้านบุคลากรและสถานที่ให้ได้มาตรฐาน นั่นคือความท้าทายในทุกวันที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะต้องประสานงานและพูดคุยกับคนในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่ต้นน้ำคือนักศึกษา ไปจนถึงปลายน้ำคือผู้ประกอบการ"
ทว่าเคล็ดลับที่ทำให้ผ่านทุกความท้าทายมาได้ ดร.อรชร บอกว่าอยู่ที่การตั้งสติ "หากเรานิ่ง มีสติ เข้าใจปัญหาและความต้องการของแต่ละฝ่าย พร้อมบริหารงานแบบมีเป้าหมายที่ชัดเจน ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี ต้องมีสติ มองอนาคตและเป้าหมายเป็นหลัก เพียงแค่คิดว่า 'ทำได้' ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้เสมอ"
ฝากถึงคนรุ่นใหม่: รากฐานของการสานต่อวิชาชีพไมซ์
ในฐานะรุ่นพี่ในวงการไมซ์ที่คลุกคลีมากว่า 34 ปี ดร.อรชร ฝากถึงคนทำงานรุ่นใหม่ว่า "คนรุ่นใหม่เก่งและฉลาด อยากให้รุ่นพี่ที่เป็นกูรูด้านไมซ์ให้การสนับสนุนน้อง ๆ ในทุกมิติ ส่วนตัวเองยังมองว่าการพัฒนามาตรฐานศักยภาพของบุคลากรให้มีสมรรถนะความสามารถในการทำงานอย่างมืออาชีพ คือรากฐานของการสานต่อวิชาชีพนี้อย่างแท้จริง"
เธอเชื่อว่าการพัฒนาบุคลากรจะช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่ความยั่งยืนของทั้งอีโคซิสเต็ม "อยากเห็นคนรุ่นใหม่ช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ต่อไปค่ะ"
"Age is just a number, but wisdom is timeless"
ปิดท้ายบทสนทนาด้วยมุมมองต่อวัยและการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเธอ ดร.อรชร กล่าวว่า
"เมื่อประสบการณ์ผสานกับความรู้ใหม่ จะเกิดเป็นนวัตกรรมที่ยั่งยืน วัย 60 ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของภูมิปัญญาใหม่ที่จะถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง ปริญญาโทสอนให้เราคิดกว้าง ปริญญาเอกสอนให้เราเข้าใจลึก แต่ประสบการณ์ต่างหากที่สอนให้เราถ่ายทอดได้"
เธอเผยว่าเป้าหมายส่วนตัวที่ตั้งใจไว้คือการพิสูจน์ตัวเองก่อนเกษียณด้วยคำว่า "ดร." ด้านไมซ์ ซึ่งวันนี้เธอได้ทำสำเร็จแล้ว และพร้อมที่จะนำความรู้สู่การถ่ายทอดในบทบาทใหม่ โดยยังคงหัวใจเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ดร.อรชร ว่องพรรณงาม (มี้โอน)
Ph.D, CED, CEM, CIS, DES, EMD, SEP
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท 459 แมเนจเมนท์ แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด
กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอี คอนเนคท์ จำกัด


