ผู้จัดการรายวัน 360 - เซ็น กรุ๊ป เปิดแผนปี 2569 ดัน 3 แบรนด์ไทยอีสานเต็มกำลัง ตอกย้ำผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทย พร้อมเปิดเกมรุกแบบดุดัน หวังกระตุ้นให้ผู้บริโภคคิดถึง Zen Group ในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้ออาหารหลักเพื่อผลักดันผลประกอบการ 3 แบรนด์ไทยอีสานสิ้นปี 2569 พร้อมปรับกลยุทธ์แบรนด์
นายศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ เซ็น กรุ๊ป (Zen Group) ผู้นำธุรกิจร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทย ที่มีหลากหลายแบรนด์ในเครือฯ เปิดเผยว่า ตลาดรวมร้านอาหดังนั้นแผนการทำตลาดปี 2569 เซ็น กรุ๊ป จะดัน 3 แบรนด์ไทยอีสาน อาทิ ตำมั่ว ,ลาวญวน และเขียง เป็นเรือธงในการรุกขยายตลาด ทั้งภายในประเทศไทย และต่างประเทศทั่วโลกที่ไปในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ทั้งหมด
ปัจจุบันทั้ง 3 แบรนด์ดังกล่าว มียอดขายเติบโตต่อเนื่องในทุกๆ ปี เป็นเพราะ 2 ใน 5 อาหารหลักของคนไทย คือ ส้มตำ และข้าวผัดกะเพรา เป็นประกอบกับต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้พอร์ตธุรกิจอาหารไทย ผ่านการรีเฟรช 3 แบรนด์หลักดังกล่าว รองรับพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหา “ประสบการณ์ การรับประทานอาหาร” ที่เป็นมากกว่าความอิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของแบรนด์ “ตำมั่ว” ที่มีอายุ 37 ปี นับจากนี้เดินหน้าสร้างสีสันใหม่ให้ตลาดส้มตำ ด้วยการเปิดตัวเมนูเครื่องเคียงและสเตชัน ย่าง ที่สาขาแรก คือ บิ๊กซีพระราม 4 พร้อม 3 เมนูใหม่ ที่จะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมนี้ รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ล่าสุดกับสาขาใหม่สแตนด์อโลนคือ บุรีรัมย์ตรงข้ามสนามช้างอารีน่า เป็นสาขาแรกและสาขาเดียวในขณะนี้ที่ทดลองเปิดบริการถึงเที่ยงคืน และมีจำหน่ายแอลกอฮอล์ด้วยเพราะเป็นสแตนด์อโลน ซึ่งในบุรีรัมย์มีรวม 5 สาขาแล้ว
ปัจจุบัน ตำมั่ว มีสาขารวมเกือบ 70 สาขา คาดว่าในเร็ว ๆ นี้ ในเดือนกรกฎาคมจะเห็นสาขาใหม่ร้าน “ตำมั่ว” 1 สาขา ซึ่งจะทำให้สิ้นปี 2569 มีจำนวนสาขาร้าน “ตำมั่ว” เปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึง 65 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 64 สาขา สาขาใหม่ในกรุงเทพฯที่มองไว้คือที่ อารีย์ สุขุมวิท50และซัมเมอร์ฮิลล์
ขณะที่แบรนด์ “ลาวญวน” ก็เตรียมขยายตลาดสู่นครเวียงจันทร์ สปป.ลาว เต็มกำลัง สานต่อความสำเร็จในฐานะแบรนด์อาหารลุ่มแม่น้ำโขง ที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย และพร้อมก้าวสู่ตลาดต่างประเทศเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดสาขาแรกนำร่องที่นครเวียงจันทร์ สปป.ลาว และเดินหน้าส่งต่อแนวคิด Longevity Food ผ่านเมนูที่ผสานความอร่อยและคุณค่าทางโภชนาการ
ภายในปี 2569 นี้ ตั้งเป้าเปิดสาขาร้าน “ลาวญวน” 2 สาขา เป็นในประเทศไทย 1 สาขา สปป.ลาว 1 สาขา ทำให้สิ้นปี 2569 มีจำนวนสาขามากถึง 43 สาขา แบ่งเป็นในประเทศไทย 41 สาขา และต่างประเทศ 2 สาขา
ส่วนแบรนด์ “เขียง” ที่เป็นพระเอกเช่นกันและโตมากที่สุดก็พร้อมยกระดับ Thai Street Food (สตรีทฟู้ดไทย) บุก 3 ประเทศ อาทิ ลาว ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ในปี 2569 นี้ หลังจากที่ในไทยได้เปิดสาขาในทำเลยุทธศาสตร์แห่งใหม่ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเกษรวิลเลจ เป็นประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายความอร่อยของอาหารสตรีทฟู้ดไทยสู่สายตาชาวโลก
ปัจจุบันร้าน”เขียง” มีจำนวนสาขาเปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศ 46 สาขา คาดว่าภายในปี 2569 นี้จะเปิดเพิ่มอีก 5 สาขา เป็นสาขาในประเทศไทย 4 สาขา ต่างประเทศ ที่สปป.ลาว 1 สาขา ซึ่งจะทำให้สิ้นปี 2569 มีจำนวนสาขาร้านเขียงมากถึง 51 สาขา
แผนรุกต่างประเทศของเขียง เช่น ปลายปีนี้เขียงจะไปออกงานแฟร์ที่อินโดนีเซีย รวมทั้งไปออกงานแฟร์ที่ไต้หวันด้วย ซึ่งเป็นตลาดใหม่
ร้านเขียงที่ได้มีการปรับใหม่ เริ่มที่สาขาเกษรวิลเลจเป็นที่แรก ซึ่งจะเน้นการนั่งทานในร้าน มีการเปลี่ยนภาชนะจากหม้อมีด้ามเป็นจานแบนทั่วไป เพิ่มเมนูใหม่กว่า 19 เมนุู การตกแต่งร้านสไตล์ใหม่ จากเดิมที่มีสัดส่วนยอดขายรวมแบรนด์เขียงอยู่ที่ นั่งทานในร้าน 60% และดีลิเวอรี่สูงถึง 40% ต้องการปรับสัดส่วนเป็น นั่งทานในร้าน 80% ดีลิเวอรี่ 20%
“กลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ตำมั่ว ร้านอาหารไทย อีสาน ที่รู้ลึกรู้จริงเรื่องส้มตำ ใส่ใจในทุกขั้นตอนการปรุงและคัดสรรวัตถุดิบของส้มตำในแต่ละจาน คือ กลุ่มครอบครัว คนทำงาน ที่ชื่นชอบอาหารรสจัดจ้าน ร้านลาวญวน ร้านอาหารที่ผสมผสานวัฒนธรรมทางอาหารของ 3 เชื้อชาติลุ่มแม่น้ำโขง (ไทย-ลาว-เวียดนาม) ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ตอบโจทย์กลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มครอบครัวที่มองหาอาหารเพื่อสุขภาพ สด สะอาด อร่อย และร้านเขียง ร้านอาหารไทย สไตล์ Street Food กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มคนมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ต้องการมื้ออาหารที่รวดเร็ว เช่น วัยทำงาน และนักเรียนนักศึกษา” นายศิรุวัฒน์ กล่าว
ทั้ง 3 แบรนด์นี้ ถือเป็น 3 แบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายชัดเจน และตอกย้ำแนวคิด “Everyday Zen” ที่ลูกค้าสามารถอิ่มอร่อยกับร้านอาหาร 3 แบรนด์ไทยอีสานในเครือ Zen Group ได้ทุกมื้ออาหารและทุกโอกาสได้ดี
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นธุรกิจหลักของ Zen Group โดยมีสัดส่วนกว่า 70% ของธุรกิจทั้งหมด ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือ 11 แบรนด์ รวมกว่า 284 สาขา ซึ่งมีทั้งสาขาที่ลงทุนเอง 158 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 126 สาขา ครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ


