xs
xsm
sm
md
lg

“คมนาคม”จุดพลุกองทุน TFF เครื่องมือระดมทุน สปีดเมกะโปรเจ็กต์มูลค่า 9.51 แสนล้านลดภาระงบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 กระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณรายจ่ายปี 2570 จำนวน 242,072.74 ล้านบาท ลดลงจากปี 2569 จำนวน 23,334.02 ล้านบาท คิดเป็น 8.79% โดยกระทรวงคมนาคม ยังมั่นใจว่าจะยังเดินหน้าก่อสร้างถนนและราง ใช้งบคุ้มค่าทุกบาท ล่าสุดจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ "MOT New Chapter" ระดมทุกหน่วยงานจัดทำ Action Plan พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเปิดแนวคิดระดมทุนผ่านกองทุน TFF ลดพึ่งพางบประมาณแผ่นดิน เชื่อมโยงการเดินทาง ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้ตามเป้าหมาย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ปี 2570 กระทรวงคมนาคม ได้รับงบประมาณ 2.42 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน กว่า 8 % แต่ยืนยันว่าจะใช้งบประมาณให้คุ้มค่าที่สุด

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แม้งบประมาณของกระทรวงคมนาคมถูกปรับลดลงกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท แต่กระทรวงยังเดินหน้าโครงการสำคัญที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งถนน ระบบราง สนามบิน ท่าเรือ และการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า
สำหรับงบประมาณจำนวน 242,072.74 ล้านบาท แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 28,888.51 ล้านบาท ลดลง 1,769.70 ล้านบาท คิดเป็น 5.77 % ,รายจ่ายลงทุน 213,184.23 ล้านบาท ลดลง 21,564.32 ล้านบาท คิดเป็น 9.19% ซึ่งรายจ่ายลงทุนแบ่งเป็น งบผูกพันเดิม 83,361.76 ล้านบาท (39.10%) / รายการใหม่ 129,822.47 ล้านบาท ( 60.90%)


แยกเป็น ส่วนราชการ จำนวน 176,513.53 ล้านบาท ลดลง 23,442.36 (11.72% ) โดยมี 9 หน่วยราชการ คือ

1.สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมจำนวน 626.59 ล้านบาท ลดลง 438.39 ล้านบาท (41.16%)
2. กรมเจ้าท่า (จท.) จำนวน 3,843.55 ล้าน ลดลง 383.26 ล้านบาท (9.07%)
3.กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จำนวน 3,784.12 ล้านบาท ลดลง 108.88 ล้านบาท ( 2.80%)
4.กรมท่าอากาศยาน (ทย.) จำนวน 4,884.49 ล้านบาท ลดลง 386.35 ล้านบาท (7.33%)
5. กรมทางหลวง (ทล.)จำนวน 116,964.05 ล้านบาท ลดลง 14,411.23 ล้านบาท (10.97% )
6.กรมทางหลวงชนบท (ทช.) จำนวน 45,903.06 ล้านบาท ลดลง 7,644.41 ล้านบาท (14.28% )
7.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จำนวน 252.02 ล้านบาท ลดลง 22.16 ล้านบาท (8.08%)
8.กรมการขนส่งทางราง (ขร.) จำนวน 162.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.94 ล้านบาท (18.11% )
9.สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) จำนวน 92.97 ล้านบาท ลดลง 72.62 ล้านบาท (43.86% )

ส่วนรัฐวิสาหกิจ จำนวน 65,559.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 108.36 ล้านบาท (0.17%) มี 5 หน่วยได้แก่ 1.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จำนวน 2,238.91 ล้านบาท ลดลง 414.72 ล้านบาท (15.63%) 2. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 4,173.01 ล้านบาท ลดลง 724.69 ล้านบาท (14.80 %) 3. สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) จำนวน 656.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 348.52 ล้านบาท (113.05%) 4. การรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน 17,966.75 ล้านบาท ลดลง 1,451.78 ล้านบาท (7.48%) 5. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จำนวน 40,523.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,351.05 ล้านบาท (6.16% )


@”พิพัฒน์”ปั้น TFF ระดมทุนสร้างโปรเจ็กต ลดภาระงบประมาณ

วันที่ 8 ก.ค. 2569 กระทรวงคมนาคมได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแปลงนโยบายสู่แผนปฏิบัติการ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่สามารถพึ่งพางบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป กระทรวงคมนาคมจึงเตรียมหาแหล่งเงินทุนรูปแบบใหม่ เพื่อเร่งการลงทุนให้โครงการสำคัญเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม ลดระยะเวลาดำเนินงานจากเดิม พราะหาก รอพึ่งพางบประมาณจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว โครงการขนาดใหญ่อาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปีจึงจะสำเร็จ

การจัดหารูปแบบลงทุนใหม่ อาจทำให้ใช้เวลาลดลงเหลือประมาณ 10-15 ปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและการขนส่งสินค้า พร้อมรักษาความเป็นผู้นำด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของไทยในภูมิภาคอาเซียน

โดยมองว่าการระดมทุน จากแหล่งทุนภายนอกหรือภาคเอกชน หรือผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น Thailand Future Fund (TFF) เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันคิดต่อยอด เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างโครงข่ายให้สำเร็จลุล่วงภายใน ระยะเวลาที่รวดเร็ว

“โครงการที่มีศักยภาพสร้างรายได้ เช่น มอเตอร์เวย์และทางพิเศษ สามารถนำรายได้ในอนาคตไปใช้เป็นฐานระดมทุนผ่านกองทุน TFF เพื่อนำเงินกลับมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม ส่วนหน่วยงานที่ขาดทุนอย่างการรถไฟแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างจุดคุ้มทุน เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถระดมทุนจากภาคเอกชนได้ในอนาคต”นายพิพัฒน์กล่าว

การสัมมนาในครั้งนี้ จึงเป็นการนำนโยบายของทุกหน่วยงานมาปฏิบัติอย่างสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มการขนส่งทางบก กลุ่มการขนส่งทางถนน กลุ่มการขนส่งทางราง กลุ่มการขนส่งทางน้ำ และกลุ่มการขนส่งทางอากาศ โดยทั้ง 5 กลุ่ม จะต้องระดมความคิดเห็นให้ครอบคลุมทั้ง "การเดินทางของประชาชน" และ "การขนส่งสินค้าของภาคธุรกิจ" พร้อมสอดคล้องกับนโยบายหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับความปลอดภัยของประชาชน การกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระบบขนส่งสาธารณะ และการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่ออนาคต

“ขอให้วางแผนระยะกลาง (3-5 ปี) และแผนระยะยาว (10-20 ปี) เพื่อผลักดันโครงการสำคัญและโครงการ Quick Win ในปี 2569 - 2570 โดย สนข. เป็นผู้ประมวลผลและติดตามความคืบหน้าของทุกแผนงานและนำเสนอในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้คณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมร่วมพิจารณาและให้ข้อเสนอแนะ ก่อนปรับปรุงเป็นแผนเชิงรุกที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ พร้อมผลักดันนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม”


@ส่องโครงการ”คมนาคม”รอประมูล-ชงครม ปี 2569 – 2570 กว่า 9.51 แสนล้านบาท

สำหรับ โครงการสำคัญของคมนาคมที่อยู่ในแผน Quick Win ปี 2569 – 2570 รอขั้นตอนประมูล มูลค่ากว่า 9.69 หมื่นล้านบาท ได้แก่ 1.มอเตอร์เวย์ M5 สายรังสิต–บางปะอิน ระยะทาง 22 กม. วงเงิน 31,358 ล้านบาท รูปแบบ เอกชนร่วมลงทุน PPP Gross Cost กรมทางหลวงกำลัง ร่าง RFP เตรียมเปิดประมูล

มอเตอร์เวย์ M 9 ทางยกระดับบางขุนเทียน – บางบัวทอง ระยะทาง 35.85 กม วงเงิน 56,035 ล้านบาท รูปแบบ PPP- Net Cost ให้เอกชนลงทุน 100% ขั้กรมทางหลวงกำลัง ร่าง RFP เตรียมเปิดประมูล
พัฒนาบางปะอิน Junction เชื่อมมอเตอร์เวย์ M6 กับ ทล. 32 วงเงิน 5,550 ล้านบาท ใช้งบแผ่นดิน ปี 70 ดำเนินการ
พัฒนาบางปะอิน Junction เชื่อมมอเตอร์เวย์ M 9 วงเงิน 4,101 ล้านบาท ใช้เงินกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางดำเนินการ เตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม

@ มอเตอร์เวย์ M8 - ทางด่วนภูเก็ตรวมกว่า 1.94 แสนล้านบาท จ่อชงครม.

-มอเตอร์เวย์ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กม. วงเงินลงทุน 61,154 ล้านบาท แบ่งก่อสร้าง 2 เฟส นครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 9.3 กม. ค่าก่อสร้างประมาณ 10,509 ล้านบาท ใช้รายได้จากองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทางมอเตอร์มาก่อสร้างงานโยธา ส่วนช่วงตลาดจินดา - ปากท่อ ประมาณ 30,000 ล้านบาท เดิมใช้งบประมาณ แต่ ปรับเป็นระดมทุนผ่าน TFF ปัจจุบัน ทล.อยู่ระหว่างทบทวนปรับปรุงกรอบลงทุนโครงการหลังราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น

- ทางพิเศษ สายกะทู้ - ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 16,757.01 ล้านบาท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) อยู่ระหว่างทบทวนโครงการ เพื่อเสนอครม.

- ทางพิเศษสายเมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ จ.ภูเก็ต ระยะทาง 30 กม. วงเงิน 46,751.56 ล้านบาท ใช้รูปแบบ PPP เอกชนร่วมลงทุน คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2568 โดยกทพ.กำลังศึกษารายละเอียด

- ทางพิเศษ สายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ ด้านตะวันออก ระยะทาง 6.67 กม. (หรือทางด่วน N2 เดิม) วงเงิน 13,665.89 ล้านบาท เป็นโครงการที่ใช้เงินกู้ดำเนินการก่อสร้าง ขั้นตอน เสนอ ครม.

- ทางพิเศษสายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะทาง 15.8 กม. วงเงิน 20,811 ล้านบาท ใช้เงินกู้ ดำเนินการ กทพ.ศึกษาออกแบบเสร็จแล้วเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม

-ทางพิเศษชั้นที่ 2 สายงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double deck) วงเงิน 35,000 ล้านบาท เสนอบอร์ด PPP เห็นชอบการแก้ไขสัญญาฯ ก่อนเสนอครม.


@แผนรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวนมูลค่า 2.97 แสนล้านบาท

รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท , ช่วงสุราษฎร์ธานี– ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท , ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท ทั้ง 3 เส้นทางผ่านบอร์ดสภาพัฒน์แล้ว รฟท.อยู่ระหว่างทบทวนรูปแบบเพิ่มแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วม จากนั้นจึงจะเสนอคมนาคม เพื่อเสนอครม. ต่อไป

รถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อีก 3 เส้นทาง ได้แก่ 1. ช่วงปากน้ำโพ - เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143.24 ล้านบาท 2. ช่วงเด่นชัย - เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222.14 ล้านบาท 3. ช่วงชุมทางถนนจิระ - อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095.36 ล้านบาท อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด


@ทอท.ลงทุน 3.62 แสนล้านบาท ขยายสนามบิน เพิ่มศักยภาพรับผู้โดยสาร

ด้านบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. มีแผนพัฒนาสนามบินเพื่อขยายขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสาร ได้แก่ โครงการขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณ วงเงิน 13,520ล้านบาท พื้นที่ 8,100 ตร.ม. รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 70 ล้านคนต่อปี อยู่ระหว่างรอความเห็นกระทรวงการคลังประกอบการเสนอครม.

ส่วนที่กำลังออกแบบ ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงินลงทุน 69,258 ล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนเป็น 40 ล้านคนต่อปี , ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 36,277 ล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารจาก 8 ล้านคนเป็น 20 ล้านคนต่อปี , ท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 16,000 ล้านบาท เพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารจาก 12.5 ล้านคนเป็น 18 ล้านคนต่อปี, ท่าอากาศยานอันดามัน วงเงิน100,630 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 5,790 ตร.ม. ขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 40 ล้านคนต่อปี และท่าอากาศยานล้านนา วงเงิน 126,500 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ 6,648 ตร.ม. ขีดความสามารถ 40 ล้านคนต่อปี