xs
xsm
sm
md
lg

EECO -ม.บูรพา ลงนาม MOU ร่วมขยายเร่งขับเคลื่อน การพัฒนากำลังคนรับการลงทุนอีอีซี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



EECO จับมือ ม.บูรพา เดินหน้าขยายมิติการพัฒนากำลังคนทักษะสูง ต่อยอดยกระดับภาคการศึกษา สร้างบุคลากรตอบโจทย์รับการลงทุนพื้นที่อีอีซีต่อเนื่อง

วันที่ 3 ก.ค. 2569 ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO และ รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง EECO และ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและกำลังคนแห่งอนาคต และการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรม ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีนายวิทยา เรืองฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักกองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EECO และผู้ช่วยศาสตราจารย์มารุต ตั้งวัฒนาชุลีพร รองอธิการบดีฝ่ายการบริการวิชาการและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นพยานในพิธีลงนามฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสองหน่วยงาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 701 สำนักงาน EECO (จังหวัดชลบุรี)

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการ EECO กล่าวว่า การลงนาม MOU ร่วมกับ มหาวิทยาลัยบูรพา ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการสานต่อความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้ขยายมิติความร่วมมือจากการพัฒนากำลังคน ไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศแห่งอนาคตอย่างครบวงจรที่จะครอบคลุมขอบเขตสำคัญ ได้แก่ การพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและทักษะแห่งอนาคต การวิจัยและนวัตกรรม การถ่ายทอดและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างฐานผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม การส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมไปถึงการพัฒนาพื้นที่และชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ EECO และ มหาวิทยาลัยบูรพา จะร่วมกันขับเคลื่อนการยกระดับทักษะบุคลากรและพัฒนาการศึกษา (EEC Model) ในพื้นที่อีอีซี ตามหลักการ Demand-Driven Human Resource Development เพื่อเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพของแรงงาน สามารถทำงานได้กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างบุคลากรตรงกับความต้องการอุตสาหกรรมเป้าหมาย ช่วยสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซีมากขึ้น และสามารถเชื่อมโยงการลงทุนไปสู่การพัฒนาพื้นที่และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจแห่งอนาคต จะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อการพัฒนานั้นตั้งอยู่บนฐานของ “คน ความรู้ และนวัตกรรม” ดังนั้น บทบาทของมหาวิทยาลัยต่อไป จึงไม่ได้จำกัดเพียงการสร้างบัณฑิตใหม่ แต่หากต้องเป็นศูนย์กลางของการสร้างองค์ความรู้ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ โดยความร่วมมือกับ EECO ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการและกิจกรรมสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การสร้างนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง การยกระดับผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ ตลอดจนการสร้างเศรษฐกิจนวัตกรรมให้กับประเทศที่เข้มแข็งและยั่งยืน

สำหรับการลงนาม MOU ในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานได้ลงนามร่วมกันเป็นฉบับที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมามีการลงนามมาแล้ว 2 ฉบับ (MOU ฉบับแรกเมื่อปี 2562 และฉบับที่ 2 เมื่อปี 2564) ผลักดันให้เกิดกิจกรรมสำคัญพัฒนาระบบการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อยกระดับทักษะบุคลากรและตอบสนองความต้องการด้านกำลังคนของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษในพื้นที่อีอีซี โดยความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม อาทิ ศูนย์พัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูงยุคใหม่ (ENTOUR) หรือ Tourism Innovation Lab (TIL) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

แบ่งออกเป็น 6 โซนหลักๆ พร้อม 19 ห้องการเรียนรู้ เช่น ห้องฝึกทดลองปฏิบัติด้านการโรงแรม ห้องปฏิบัติการสายการบิน หรือ Airline Services ห้อง Streaming Live สด ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกใช้ทักษะในสถานการณ์เสมือนจริงและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย สามารถพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวสมัยใหม่และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ศูนย์การเรียนรู้และพัฒนากำลังคนด้านออโตเมชันและหุ่นยนต์ EEC Automation Park เป็นศูนย์จัดการเรียนรู้ที่ผสมผสานการนำเทคโนโลยีด้านระบบอัตโนมัติโรงงาน และเทคโนโลยีด้านสารสนเทศเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาทักษะของบุคลากรเพื่อป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมไทย และพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการ SME ภาคอุตสาหกรรม และกลุ่ม Startup เข้ามาใช้เพื่อประกอบกิจกรรมร่วมกับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของออโตเมชันพาร์คและเครือข่าย ศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ Thailand Genome Sequencing Center เป็นศูนย์กลางการถอดรหัสพันธุกรรม สนับสนุนข้อมูลทางพันธุศาสตร์ที่แม่นยำเพื่อใช้ในการคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาผู้ป่วยแบบจำเพาะบุคคล (Personalized Medicine) โดยเน้นไปที่ 5 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ กลุ่มโรคมะเร็ง กลุ่มโรคหายากและวินิจฉัยยาก กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) กลุ่มโรคติดเชื้อกลุ่มโรคที่เกิดจากการแพ้ยา เป็นต้น