xs
xsm
sm
md
lg

BLCPลุ้นต่ออายุโรงไฟฟ้าชัดเจนปี69 หนุนรัฐตั้งกองทุนเปลี่ยนผ่านพลังงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บีแอลซีพีชงรัฐขยายสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีเพื่อเป็นทางเลือกความมั่นคงด้านไฟฟ้า หลังโรงไฟฟ้าไอพีพีทยอยหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า และธุรกิจData Center ทะลักเข้าไทย ดันความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่ง ชี้หากไม่ได้ต่ออายุจะขายไฟฟ้าให้Data Centerแทน แย้มสนใจโรงไฟฟ้าSMR พร้อมชงรัฐตั้งกองทุนฯขึ้นเพื่ออุดหนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด

นายยุทธนา เจริญวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด (BLCP) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้ทำหนังสือต่อกระทรวงพลังงานเพื่อขอขยายอายุสัญญาซื้อขายไฟ(PPA)โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีขนาดกำลังผลิต 1,434 เมกะวัตต์ออกไป หลังจากสิ้นสุดสัญญาซื้อขายในปี 2574 เพื่อเป็นทางเลือกสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ คาดว่าจะมีความชัดเจนในปี2569 เนื่องจากภาครัฐรอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026)ฉบับใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในภายในปี2569

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2573–83 จะมีโรงไฟฟ้าไอพีพีที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซฯและถ่านหินทยอยสิ้นสุดสัญญาPPAลง 4-5โรง ขณะที่การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ มีธุรกิจใหม่แห่เข้ามาลงทุนในไทยคือ Data Center ทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นมาก อาจจะทำให้เกิดการขาดแคลนไฟฟ้าได้

อย่างไรก็ดี หากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี ไม่ได้รับการขยายอายุสัญญาPPA บริษัทมีแนวทางเลือกคือ การขายไฟฟ้าให้ผู้ประกอบการ Data Center โดยตรงเนื่องจากธุรกิจ Data Center เริ่มแรกต้องการไฟฟ้าเสถียรมากกว่าพลังงานสะอาด 100% ซึ่งจะใช้เวลา 5-10ปีการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินจะลดลง

ส่วนพื้นที่ที่เหลือใกล้เคียงโรงไฟฟ้าบีแอลซีพี สามารถตั้งโรงไฟฟ้าราว 1 พันเมกะวัตต์ บริษัทมีแผนจะเข้ายื่นประมูลไอพีพีหากภาครัฐมีการเปิดประมูลในอนาคต เนื่องจากทำเลที่ตั้งมีศักยภาพที่ดีอยู่ในนิคมฯมาบตาพุด จังหวัดระยอง


นายยุทธนา กล่าวว่า บริษัทสนใจโรงไฟฟ้า นิวเคลียร์ขนาดเล็ก(SMR ) ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา แต่เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ อาทิ โครงการSMR แอมโมเนีย และโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอน(CCS)ภาครัฐจะนำไปบรรจุไว้ในปลายแผนช่วง 15ปีของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP2026)ฉบับใหม่ เพราะกังวลว่าต้นทุนราคาค่าไฟสูง โดนช่วง10ปีแรกของแผนPDP2026จะมาจากโรงไฟฟ้าก๊าซฯและพลังงานหมุนเวียน

จากการหารือร่วมกับรมว.อุตสาหกรรม ได้มีการเสนอว่าในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน(energy transition)จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด ภาครัฐควรจัดตั้งกองทุนฯเพื่อให้เงินอุดหนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด ซึ่งในต่างประเทศก็มีการตั้งกองทุนฯขึ้น อาทิญี่ปุ่นก็มีการจัดตั้งกองทุนฯนับหมื่นล้านบาทโดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม(เมติ) ดังนั้นงบกองทุนฯของไทยจะมาจากภาครัฐฯและเอกชน

ก่อนหน้านี้ บีแอลซีพีจับมือปตท.ลงนามสัญญาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดหาแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ สำหรับเป็นเชื้อเพลิงร่วมในโรงไฟฟ้า BLCP โดยร่วมกันศึกษาตลาดแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ เจรจากับผู้ผลิตและผลักดันกับภาครัฐให้แอมโมเนียสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้โดยประเมินศักยภาพของโครงการตั้งแต่ขั้นตอนการสาธิต (Demonstration) จนถึงการพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสมดุล