xs
xsm
sm
md
lg

ครม.รับทราบ ป.ป.ช.แนะพัฒนา "สุวรรณภูมิ" ต้องไม่กระทบ "ดอนเมือง-อู่ตะเภา"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม.รับทราบข้อเสนอแนะ ป.ป.ช.โครงการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ กรณีปรับเปลี่ยน ให้เสนอ ครม.เห็นชอบแผนแม่บท และต้องไม่ให้กระทบต่อสนามบินดอนเมืองและอู่ตะเภา โดยกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจน

น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย. 2569 รับทราบผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยมีรายละเอียดผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ ดังนี้

1. ในการจัดทำและการปรับเปลี่ยนสาระสำคัญของแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) รัฐบาลควรกำหนดให้ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เสนอแผนแม่บทดังกล่าวต่อครม. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ ทสภ. เป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค และเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการจัดทำแผนแม่บท ทสภ. ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะ

ผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ แผนแม่บท ทสภ.จัดทำตามหลักเกณฑ์ ข้อกำหนด และคำแนะนำขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) และสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association: IATA) ที่กำหนดให้สนามบินจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานและต้องมีการทบทวนแผนทุกๆ 5 ปี หรือเมื่อบริบททางการบิน สภาพเศรษฐกิจ การเงิน และปัจจัยอื่นเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ ทอท.ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนด และคำแนะนำดังกล่าวมาโดยตลอด และในการจัดทำแผนแม่บท ทสภ. ฉบับปี 2568 ซึ่งเป็นแผนแม่บทฉบับที่ 5 ทอท.ได้รับความร่วมมือจากบริษัท Netherlands Airport Consultant (NACO) ซึ่งมีประสบการณ์ในการจัดทำแผนแม่บทท่าอากาศยานให้สนามบินต่างๆ ทั่วโลก เช่น ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ท่าอากาศยานนานาชาติชางงีสิงคโปร์ และท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

สำหรับแผนแม่บท ทสภ. ฉบับปี 2568 จัดทำขึ้นโดยพิจารณาจากบริบทด้านการบินในปัจจุบัน ทั้งแนวโน้มจำนวนผู้โดยสาร สถานการณ์อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและของโลก ตลอดจนปัจจัยสนับสนุนการพัฒนาในอนาคต เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับความต้องการและบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่ง ทอท.ได้จัดทำแผนแม่บท ทสภ. ฉบับปี 2568 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

2. รัฐบาลควรพิจารณากำหนดแนวทางการพัฒนา ทสภ. ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่สำคัญของประเทศให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบการพัฒนาสนามบินในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลและโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก นอกจากนี้ รัฐบาลควรพิจารณาให้ความสำคัญกับการกำหนดแนวทาง กระบวนการ วิธีการในการศึกษาจัดทำแผนแม่บทพัฒนา ทสภ. ให้ชัดเจน เช่น ระยะเวลาในการทบทวนแผนแม่บทที่เหมาะสม โดยให้มีหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาทบทวน เพื่อให้การจัดทำแผนแม่บทเป็นไปตามข้อกำหนดของ ICAO

ผลการพิจารณา/ผลการดำเนินการ รัฐบาลมีความชัดเจนในการกำหนดให้ ทสภ.เป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ ประกอบกับความสามารถในการรองรับผู้โดยสารสูงสุดของ ทสภ.ที่ 120 ล้านคนต่อปีจะไม่กระทบการพัฒนาสนามบินในเขต กทม. และปริมณฑล รวมถึงโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา อีกทั้ง ทอท.ได้กำหนดแนวทาง กระบวนการ วิธีการในการศึกษาจัดทำแผนแม่บทให้เป็นไปตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และ ICAO ซึ่งแผนแม่บท ทสภ. ฉบับปี 2568 เป็นไปตามบริบทของการเดินอากาศ ความต้องการใช้บริการสนามบินเทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน