xs
xsm
sm
md
lg

รถไฟคุยจบแล้ว "ซี.พี." รับรู้ทางออกเลิกสัญญาไฮสปีด ปมไม่คุ้มค่า รอ "บอร์ด อีอีซี" ชี้ชะตา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



 รถไฟ คุยจบแล้ว "ซี.พี."รับทราบแนวทางเลิกสัญญา ชี้แก้สัญญาไปต่อยาก หลังสถาบันการเงินประเมินโครงการไม่คุ้มค่า ชี้โควิด -วิกฤติศก.กระทบ คาด สรุป เสนอบอร์ดอีอีซี ชี้ขาดใน 2 เดือน ส่วนจะ ไฮสปีดต่อหรือไม่ ตอบไม่ได้ ต้องรอนโยบาย อีอีซี เร่งด่วนต้องดึง สัญญา 4-1 ช่วงทับซ้อนมาก่อสร้างเอง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่ากว่า 224,544 ล้านบาท ว่า ล่าสุดมีการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท.,สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท เอเชีย เอราวัน จำกัด ผู้รับสัมปทานโครงการ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางเอกชนได้แจ้งเพิ่มเติมกรณี ถ้ารัฐไม่มีการแก้ไขสัญญาให้ คงเดินหน้าต่อไม่ไหว ซึ่งจะต้องมีแนวทางอย่างไรหากจะมีการยกเลิกสัญญาจะเป็นไปในรูปแบบไหน ซึ่งการรถไฟฯกับสกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาช่วยกันพิจารณาต่อ

“ตอนนี้มี 2 แนวทางที่สรุปไว้เพื่อเตรียมเสนอบอร์ด อีอีซี คือ 1.หากบอร์ดอีอีซีเห็นชอบให้แก้สัญญาได้ตามมติบอร์ดอีอีซีเดิม จะส่งร่างสัญญาฉบับใหม่ที่ผ่านมาความเห็นชอบจากอัยการสูงสุดแล้ว เสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี พิจาณาต่อไป หรือ 2.กรณีบอร์ดอีอีซีไม่เห็นชอบในการแก้ไขสัญญาก็จะนำไปสู่การสิ้นสุดสัญญา หลังจากนั้นรฟท. จะเจรจากับเอกชนในรายละเอียดกับเอกชนเพื่อสิ้นสุดสัญญาต่อไป”

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เอกชนจะถอดใจหรือไม่ นายอนันต์กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ เนื่องจากเอกชนรับรู้แนวทางกรณีที่ต้องสิ้นสุด โดยต้อง มติบอร์ด อีอีซี ที่ชัดเจนก่อน

“ ประเด็นสำคัญตอนนี้คือ สถาบันการเงินไม่เชื่อมั่น มองว่าโครงการไม่มีความคุ้มค่า ซึ่งปัจจัยที่ยากที่สุดในการลงทุนโครงการรูปแบบ PPP คือ การหาแหล่งเงินทุน ซึ่งสถาบันการเงินไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่โควิดและวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ปริมาณผู้โดยสารที่ลดลง จากการเดินทางน้อยลง ทำให้ความคุ้มค่าของเอกชนที่ถูกประเมินจากสถาบันการเงิน บอกว่าโครงการไม่มีความคุ้มค่าที่จะเดินหน้าต่อ ซึ่งตรงนี้ต้องไปดูว่ามีแนวทางใดบ้างที่จะทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่น เนื่องจากสถาบันการเงินมีเหตุผลที่จะทบทวนความคุ้มค่าของโครงการ ”


นายอนันต์กล่าวว่า ขณะนี้รฟท.อยู่ระหว่างการประมวลรายละเอียดทั้ง 2 แนวทาง เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารสัญญาฯและคณะกรรมการกำกับโครงการฯ คาดว่าจะมีการหารือภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนเพื่อสรุปก่อนเสนอบอร์ดอีอีซีต่อไป

เนื่องจากรถไฟเชื่อม 3 สนามบินเป็นสัญญา PPP เมื่อมีปัญหาคู่สัญญาคือรฟท.และเอกชนต้องมาหาทางแก้ปัญหาร่วมกันหากต้องสิ้นสุดสัญญาจึงไม่ใช้คำว่าบอกเลิกสัญญาซึ่งกันและกันได้ โดยต้องมาดูเหตุแห่งการสิ้นสุดของสัญญาคือ
1. สิ้นสุด เพราะเอกชนเดินรถครบกำหนด 50 ปี 2.สิ้นสุดจากที่ไม่สามารถออกหนังสือให้เริ่มงานได้(NTP) หรือ 3. จากความบกพร่องของรัฐ หรือของเอกชนที่เป็นเหตุสุดวิสัยหรือความต้องการของสาธารณะที่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยโดยตอนนี้ กำลังดูเหตุแห่งการสิ้นสุดสัญญาร่วมกันอยู่ 

สำหรับแผนสำรองกรณีที่ไม่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ในส่วนการรถไฟฯ ต้องมาดูโครงสร้างพื้นฐานของรถไฟสายตะวันออกที่มีอยู่ ซึ่งปัจจุบัน มีการเดินรถโดยสาร 2 ขบวนต่อวัน และดูว่าจะมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่จะสามารถที่ช่วยและสนับสนุนการให้บริการระบบรางในช่วงของพื้นที่อีอีซีได้บ้าง อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุได้ว่า หากยิกเลิกสัญญาจะมีการเปิดประมูลใหม่หรือไม่ เนื่องจากขึ้นอยู่กับนโยบายอีอีซีว่าจะยังคงให้มีการลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินต่อหรือไม่

นายอนันต์กล่าวว่า ในส่วนของพื้นที่ทับซ้อน 3 จุดในแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้มีการหารือกับเอกชนแล้วว่า หากมีความจำเป็นการรถไฟฯจะดึงงานมาก่อสร้างเอง ซึ่งเอกชนไม่ขัดข้อง ได้แก่ รถไฟไทย-จีน สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง โดยจะเสนอครม.เพื่อขอดำเนินการก่อสร้างในส่วนนี้เอง และขอปรับกรอบวงเงินรถไฟไทย-จีนในส่วนของงานโยธา 4-1 ด้วย และเร่งเปิดประมูลไม่ให้กระทบต่อไทม์ไลน์การก่อสร้างเพราะต้องมีการออกแบบอีกด้วย ส่วนจุดที่สองคือสายสีแดงMissing Link จุดนี้ยังไม่กระทบมากเนื่องสามารถแยกขอบเขตของงานออกจากกันได้ และจุดที่3 อุโมงค์ลอดใต้รันเวย์เข้าสู่อาคารผู้โดยสารสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งยังพอมีเวลารอดำเนินการ 

“สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ซึ่งปัจจุบัน กลุ่มซี.พี.รับบริหารเดินรถนั้น รถไฟและซึ.พี.มี MOU ซึ่งกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 นั้นคงต้องรอข้อสรุปสัญญาหลักให้จบก่อน แต่อย่างไรก็ตามจะหาวิธีการให้กระทบต่อผู้โดยสารน้อยที่สุด ยังมีเวลาอีก 2-3 เดือนกว่าจะครบกำหนด MOU”นายอนันต์กล่าว

 นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานบอร์ดการรถไฟฯ กล่าวว่ากรณีที่สัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ เป็นสัญญาPPP ที่จะสิ้นสุดลงนั้นต้องดูเงื่อนไขในสัญญาว่ามีการระบุเหตุในการสิ้นสุดสัญญาไว้อย่างไรซึ่งการรถไฟฯต้องไปศึกษาราละเอียดและดูว่าเข้าเงื่อนไขข้อใด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะระบุว่ากรณีที่สัญญาสิ้นสุดลงด้วยเหตุใดได้บ้างและคู่สัญญาแต่ละฝ่ายต้องทำอย่างไรบ้าง และอยู่ในอำนาจหน้าที่ใคร อย่างไร