ตลาดนาฬิกาหรูในไทยยังโตต่อเนื่อง ริชาร์ด มิลล์ ปักหมุด ผุด “ริชาร์ด มิลล์ บูทีค” แห่งแรกในไทย ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เจาะกลุ่มทั้งแฟนคลับ นักสะสม นักลงทุน
นายอเล็กซองเดร์ มิลล์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ ริชาร์ด มิลล์ เอเชีย ผู้ผลิตและจำหน่ายนาฬิกาหรูระดับอัลตราลักชัวรีแบรนด์ ริชาร์ด มิลล์ ( Richard Mill) กล่าวว่า ตลาดนาฬิกาในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก เป็นตลาดที่มีการเติบโตที่ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดนาฬิการะดับบนหรือลักซ์ชูรี่ ซึ่งประเทศไทยเป็นตลาดที่มีทั้งกลุ่มนักสะสม กลุ่มซื้อเพื่อการลงทุน และกลุ่มใช้งาน ทำให้ไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพอย่างมากแห่งหนึ่งในเอเชีย
ล่าสุดริชาร์ด มิลล์ ได้ลงทุนเปิดตัวบูทีคแห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการที่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ พื้นที่ 3,000 ตารางฟุต ซึ่งในไทยถือเป็นบูทีคแห่งที่13 ของโลก ภายใต้การดำเนินงานของ ริชาร์ด มิลล์ เอเชีย (Richard Mille Asia) ที่มีขนาดใหญ่ระดับกลาง จำหน่ายนาฬิกามูลค่าหลายสิบล้านบาท
บูทีคดังกล่าว จะเป็นสถานที่จำหน่ายนาฬิการุ่นยอดนิยมไว้รวม 5 รุ่น เช่น รุ่น อาร์เอ็ม 67-01 ที่ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มแฟนตัวยงของริชาร์ด มิลล์ มีน้ำหนักบางเบา ซึ่งสอดรับกับเทรนด์นักสะสมในไทยและเอเชีย ราคา 5.7 ล้านบาท ,รุ่น อาร์เอ็ม 07-01 นาฬิ่ีกา สำหรับผู้หญิง โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่ทำมาจากหินนิล ราคาประมาณ 8 ล้านบาท และรุ่นไฮไลท์คือ อาร์เอ็ม 17-02 ราคาสูงสุดในบูทีค 31 ล้านบาท ตัวเรือนเป็นเซรามิกสีดำ เป็นระบบไขลาน ทั้งนี้บูทีคแต่ละประเทศก็จะมีนาฬิกาที่วางจำหน่ายในแต่ละรุ่นแต่ละคอลเลคชั่นที่แตกต่างกันไป ตามความเหมาะสมของตลาดนั้นๆ
ทั้งนี้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สะท้อนตัวตนของริชาร์ด มิลล์ เสมอมา และนับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการต้อนรับลูกค้าชาวไทยผู้ชื่นชอบและหลงใหลในแบรนด์ การเปิดบูทีคแห่งนี้สะท้อนถึงแนวคิดที่ผ่านการไตร่ตรองมาเป็นอย่างดี ที่ไม่ได้หวังเพียงผลลัพธ์ด้านยอดขาย หากแต่เป็นความตั้งใจรังสรรค์จุดหมายปลายทางที่ถ่ายทอดความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศและความโดดเด่นของแบรนด์ ที่หยั่งรากลึกในสถานที่แห่งนี้
ด้วยทำเลที่ตั้งในย่านค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ศักยภาพสูงใจกลางเมือง บูทีคแห่งนี้ได้รับการออกแบบอย่างลงตัวเพื่อรองรับทั้งนักเดินทางนานาชาติและลูกค้าชาวไทย สถานที่นี้มิได้เพียงเพื่อจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า หากยังเป็นจุดหมายปลายทางด้านวัฒนธรรมและประสบการณ์ ที่หลอมรวมศาสตร์แห่งการรังสรรค์เรือนเวลาชั้นสูงเข้ากับศิลปะ สถาปัตยกรรม และการต้อนรับตามแบบวิถีไทยได้อย่างงดงาม สะท้อนตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ของริชาร์ด มิลล์ ได้อย่างชัดเจน
เดฟ ทัน (Dave Tan) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) Richard Mille Asia กล่าว“การเปิดบูทีคแห่งล่าสุดของเราในกรุงเทพฯ คืออีกหนึ่งหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการขยายธุรกิจระดับภูมิภาคของเรา ประเทศไทยแสดงถึงความชื่นชมอย่างลึกซึ้ง ต่องานฝีมืออันประณีตและจิตวิญญาณของแบรนด์ริชาร์ด มิลล์ เสมอมา การสร้างสรรค์พื้นที่แสนพิเศษในเมืองที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งนี้ เรามุ่งหวังที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่หลอมรวมความเป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์นักสะสมในประเทศไทยได้อย่างแท้จริง”
บูทีค ริชาร์ด มิลล์ กรุงเทพฯ เปรียบเสมือนโอเอซิสแห่งความสงบใจกลางเมือง ทุกรายละเอียดของการออกแบบและการตกแต่งล้วนถ่ายทอดภาษางานออกแบบที่ได้รับการรังสรรค์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเชื่อมโยงสู่บทสนทนาร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติอันทรงคุณค่าของไทยได้อย่างงดงาม ปรัชญาดังกล่าวสะท้อนแนวทางของริชาร์ด มิลล์ ที่ยึดมั่นในศาสตร์แห่งการต้อนรับและการสร้างประสบการณ์เหนือระดับได้อย่างชัดเจน ผ่านแนวคิดการออกแบบแฟล็กชิปล่าสุด ซึ่งรังสรรค์พื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางแห่งการเชื่อมโยงผู้คน ควบคู่ไปกับการค้นพบเรือนเวลาที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง
บูทีคแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 3,000 ตารางฟุต ได้รับการออกแบบให้มีความเชื่อมโยงโดยปราศจากการปิดกั้นพื้นที่แบบตายตัว ที่เอื้อต่อการเดินชมได้อย่างลื่นไหล พร้อมมุมมองที่ต่อเนื่องไร้สิ่งกีดขวางทั่วทั้งพื้นที่ มีการนำระแนงกระจกลายแตกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ริชาร์ด มิลล์ มาใช้กับโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่มอบความโปร่งเบาและโปร่งแสง ช่วยจัดสรรพื้นที่แต่ละโซนได้อย่างละเมียดละไม พร้อมกับคงความโปร่งโล่งและความต่อเนื่องที่หรูหราภายในพื้นที่โดยรวมได้อย่างสมดุลนอกจากนี้ อีกส่วนสำคัญที่สุดของบูทีคแห่งนี้ คือพื้นที่สาธิตการประกอบนาฬิกา ซึ่งตั้งอยู่ ณ ใจกลาง ราวกับเป็นเวทีการแสดงที่เปิดให้ชมขั้นตอนการรังสรรค์เรือนเวลา ซึ่งโดดเด่นในด้านความประณีตทางเทคนิคและความแม่นยำ อันสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและความเป็นเลิศด้านงานฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม
บูทีคนี้ได้นำทั้งองค์ประกอบที่มนุษย์สร้างสรรค์และสิ่งอ้างอิงตามธรรมชาติของไทย ซึ่งถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย ถักทอเป็นภาษาการออกแบบที่เหนือชั้น จากความกลมกลืนของงานลงรักเคลือบไม้เขตร้อน แรงบันดาลใจจากงานปูกระเบื้องในวัดไทย และงานปูนปั้นอันวิจิตรบรรจง ทั่วทั้งพื้นที่เลือกใช้สีแนวเอิร์ธโทนและพื้นผิวที่หลากหลาย มาช่วยสร้างความต่อเนื่องให้งานฝีมือท้องถิ่นแบบดั้งเดิม กับความเชี่ยวชาญเชิงนวัตกรรมของริชาร์ด มิลล์ องค์ประกอบธรรมชาติยังมีบทบาทสำคัญกับส่วนรับรองทั้งภายในและภายนอก โดยมีพุ่มไม้เขียวขจีที่ถูกผสานเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต ซึ่งเติมเต็มด้วยองค์ประกอบน้ำอันสงบมาช่วยในการเปลี่ยนผ่านทางผัสสะและอารมณ์ จากโซนจัดแสดงที่เป็นทางการไปสู่โซนต้อนรับที่ผ่อนคลาย ทั้งยังตอบโจทย์ด้านการออกแบบที่เชื่อมโยงธรรมชาติได้เป็นอย่างดี รวมถึงเสียงน้ำไหลที่นำมาซึ่งจังหวะและความสงบทั่วบริเวณ ช่วยเสริมทั้งสมาธิและความสบายให้กับบรรยากาศโดยรวม


