“อนุทิน”ดึง EEC คืน จาก”พิพัฒน์” หลัง ครม.มีมติรับทราบ สำนักนายกฯ เสนอยกเลิกคำสั่งให้ ‘พิพัฒน์‘ กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ด้าน”พิพัฒน์” ปัดโยงปมไม่แก้สัญญาไฮสปีดเชื่อม 3 สนาบิน โยน ถามเหตุผล”นายกฯ”ยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่มี”รอยร้าว”
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2569 ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 233/2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
โดยมีเนื้อหาว่า ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่อง มอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 นั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 11 (2) และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534มาตรา 38 แห่ง 53 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 มาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550
จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 82/2569 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569 ดังนี้
รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ยกเลิกข้อ 1.2 (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรี ยังมีมติรับทราบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 234/2569 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 3)
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามกฎหมาย และระเบียบส านักนายกรัฐมนตรี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2545 มาตรา 11 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติทโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอ านาจ พ.ศ. 2550
จึงให้แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 96/2569 เรื่อง มอบหมายและมออำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ และมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตาม
กฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2569 ดังนี้
รองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ให้ยกเลิกข้อ 1.1.3 (คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
@“พิพัฒน์”ปัดโยงปมเหตุ กรณีไม่แก้สัญญาไฮสปีด ซีพี.
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล วันนี้ (17มิ.ย. 69)เวลา 08.20 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ครม.เมื่อวาน มีมติรับทราบยกเลิก ไม่ให้กำกับดูแลงาน EEC ว่า เป็นการอ่านผ่านในที่ประชุม ครม. เพื่อให้รับทราบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเพราะว่า นายพิพัฒน์ กำกับดูแลไม่ไหวใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ต้องไปถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามย้ำว่า เป็นการลดบทบาทหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ เพราะถือว่าทุกคนทำหน้าที่ได้เท่ากัน ซึ่งหลังจากนี้นายกรัฐมนตรี คงจะมอบหมายงานอื่นๆ
ถามว่า จนถึงขณะนี้นายกฯ ยังไม่ได้แจ้งเหตุผลในการดึง EEC ไปดูแลเองใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขอให้รอนายกรัฐมนตรี กลับจากรัสเซีย
ถามต่อว่า มีการจับตาที่ถูกลดบทบาทแต่ไม่ได้กำกับดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดสามชายแดนใต้ พรรคใช่หรือไม่เป็นเพราะปัญหาภายในพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ เราต้องการความสงบ จึงให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดูแล
เมื่อถามย้ำว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการไม่แก้ไขสัญญาของภาคเอกชน กรณีรถไฟ 3 สนามบิน ใช่หรือไม่ รมว.คมนาคม ปฏิเสธว่า ตนไม่ทราบเหตุผล ก่อนย้ำว่าขอให้รอนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับก่อน
ส่วนจะเป็นรอยร้าวภายในพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ ปฏิเสธว่า “ไม่” พวกเราสามารถทำงานได้ทุกเรื่อง ถือว่าบทบาทของใครก็ของคนนั้น ตนทำได้ทุกหน้าที่ ไม่ใช่ปัญหา ก่อนย้ำว่าคำว่ารอยร้าวไม่มีเกิดขึ้นในพรรคภูมิใจไทย ภูมิสบายได้ ก่อนย้ำว่าไม่เกี่ยวกับการที่พรรคนั้นใหญ่ขึ้น เพราะเมื่อพรรคใหญ่ก็ต้องดูแลภาพรวมมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติแล้วอันพรรคใหญ่ขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี ที่จะมาช่วยกันทำงาน


