“The Bangtao Effect” เมื่อแบรนด์ระดับโลกหลั่งไหลสู่บางเทา พลิกโฉมย่านชายฝั่งศักยภาพสูงของภูเก็ต ข้อมูลล่าสุดจาก C9 Hotelworks เผยการรวมตัวของแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Marriott, Hilton, IHG, Dusit, Banyan, ETRO, Central และ NLCS ผ่านโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งครอบคลุมทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ และสถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ
พื้นที่บางเทา จังหวัดภูเก็ต กำลังก้าวขึ้นเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญแห่งใหม่ของการเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยแบรนด์ระดับสากลในภูเก็ต โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้ามาของกลุ่มโรงแรมนานาชาติ โครงการที่อยู่อาศัยแบบแบรนด์ (Branded Residences) ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงโรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่ ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการยกระดับย่านชายฝั่งแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตและชุมชนที่มีความคึกคักตลอดทั้งปี
จากข้อมูลวิจัยตลาดของ C9 Hotelworks ระบุว่า ปัจจุบันโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในพื้นที่บางเทาประกอบด้วย โรงแรมจำนวน 9 แห่ง รวม 1,640 ห้องพัก, โครงการ Branded Residences จำนวน 9 โครงการ รวม 1,649 ยูนิต, ศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ชุมชน 1 แห่ง และโรงเรียนนานาชาติ 1 แห่ง
ทั้งนี้ C9 Hotelworks ได้ใช้คำว่า “The Bangtao Effect” เพื่ออธิบายการเปลี่ยนผ่านของย่านบางเทาจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวริมชายหาดที่ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจรีสอร์ต ไปสู่การเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตระดับนานาชาติและตลาดการลงทุนที่มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น
“การเติบโตในก้าวต่อไปของบางเทาคือการพัฒนาให้เป็นย่านที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างครบวงจร การเข้ามาของศูนย์การค้า โรงแรมและโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์ชั้นนำ รวมถึงสถาบันการศึกษา กำลังช่วยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกวัน ทำให้บางเทาสามารถรองรับทั้งนักท่องเที่ยว เจ้าของบ้านพักตากอากาศ และครอบครัวที่เข้ามาอยู่อาศัยได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บางเทามีศักยภาพการเติบโตมากกว่าการพัฒนาโครงการใดโครงการหนึ่งเพียงอย่างเดียว” นายภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้งของ CG Capital (กลุ่มเซ็นทรัล) กล่าว
โครงการต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในบางเทาได้รวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ทั้ง Marriott International, Hilton, IHG, Dusit, Banyan Group, ETRO และ Central เข้าไว้ด้วยกัน ส่งผลให้บางเทาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญแห่งใหม่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติของภูเก็ต
โครงการโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและมีแผนเปิดให้บริการในอนาคต ประกอบด้วย StandardX Phuket Bangtao, Holiday Inn Express & Suites Phuket Bangtao, voco Phuket Bangtao, Staybridge Suites Phuket Bangtao, Garrya Phuket & Residences, Peylaa Phuket, Autograph Collection Hotel, Mamaka Phuket, Tapestry Collection by Hilton รวมถึงส่วนโรงแรมภายในโครงการ Layan Verde
ขณะที่โครงการ Branded Residences ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้แก่ Standard Residences Bangtao, Peylaa Phuket Autograph Collection Residences, Bellaguna Lake Residences, Bellaguna Golf Residences, Dusit Collection และ Dusit Residences at Layan Verde, Garrya Phuket & Residences รวมถึง ETRO Residences
สำหรับผู้พัฒนาโครงการ การรวมตัวของแบรนด์ชั้นนำในบางเทากำลังเปลี่ยนภาพลักษณ์และการวางตำแหน่งของพื้นที่แห่งนี้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยอย่างความแข็งแกร่งของแบรนด์ มาตรฐานการบริการ แนวคิดด้านการออกแบบ ศักยภาพในการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า และการบริหารสินทรัพย์ในระยะยาว กำลังกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำเสนอและสร้างมูลค่าให้กับโครงการที่อยู่อาศัย
นายฐิติวัฒน์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Capstone Asset กล่าวว่า “ผู้ซื้อโครงการ Branded Residences ในภูเก็ตปัจจุบันให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากขึ้นกว่าที่เคย ผู้ซื้อไม่ได้พิจารณาเพียงชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่ยังให้ความสนใจกับรูปแบบการบริหารจัดการ มาตรฐานการให้บริการ กลยุทธ์การปล่อยเช่า การดูแลรักษาทรัพย์สิน และการรักษามูลค่าในระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้กำลังส่งผลให้ผู้พัฒนาโครงการต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบ การคัดเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการบริหาร และการสร้างมูลค่าให้กับโครงการหลังการส่งมอบมากยิ่งขึ้น”
โครงการ Peylaa Phuket Autograph Collection Residences ของ Capstone Asset ถือเป็นโครงการ Autograph Collection Residences แห่งแรกของ Marriott ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฟสแรกประกอบด้วย 263 ยูนิต มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571 และเฟสที่สองอีก 145 ยูนิต มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573 นอกจากนี้ ภายในโครงการเดียวกันยังประกอบด้วย Peylaa Phuket, Autograph Collection Hotel มีห้องพัก 126 ห้อง ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2573
การเติบโตในระยะต่อไปของบางเทายังได้รับแรงสนับสนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน โดย POP Phuket Community Mall ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเซ็นทรัล มีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2569 พร้อมพื้นที่ค้าปลีกและไลฟ์สไตล์รวม 5,490 ตารางเมตร ขณะที่ NLCS Phuket International School ภายใต้แบรนด์โรงเรียนชั้นนำจากสหราชอาณาจักร North London Collegiate School (NLCS) มีกำหนดเปิดดำเนินการในปี 2571 โดยรองรับนักเรียนได้ 1,000 คนในเฟสแรก และขยายเป็น 1,500 คนในเฟสที่สอง
แบรนด์แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาพื้นที่บางเทามากขึ้นเช่นกัน โดย ETRO Residences ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Gardens of Eden ได้นำแบรนด์แฟชั่นหรูจากอิตาลีอย่าง ETRO เข้าสู่ตลาด Branded Residences ของภูเก็ต ผ่านเรสซิเดนซ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 8 ยูนิต ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2570


