xs
xsm
sm
md
lg

”พิพัฒน์”รับหารือ”คลัง”ขอลดภาษีพิเศษช่วยเหลือ”แท็กซี่”กว่า 6.8 หมื่นคัน บรรเทาเดือดร้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมาคมแท็กซี่ฯ พบ”พิพัฒน์”สะท้อนปัญหาพร้อมขอรัฐช่วยเหลือ ลดต้นทุนผู้ขับขี่ กว่า 6.8 หมื่นคัน ”คมนาคม”เร่งหารือ”คลัง” ลดภาษีเป็นกรณีพิเศษและดันเงินอุดหนุนตามมาตรการ “พร้อมซัพพอร์ต” ดันเพิ่มสถานีชาร์จและลดค่าไฟฟ้า ยกระดับบริการ

วันที่ 10 มิถุนายน 2569 สมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทยเข้าหารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคมนายรัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เพื่อสะท้อนปัญหาจากคนทำงานจริง โดยเครือข่ายแท็กซี่ไทยได้ขอบคุณภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือเพื่อร่วมกันพัฒนาบริการที่ดีที่สุดให้กับประชาชน

ปัจจุบัน มีรถแท็กซี่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สะสมกว่า 68,340 คัน ซึ่งจำนวนนี้ หมายถึงปากท้องของหลายหมื่นครอบครัวที่กำลังเผชิญวิกฤตต้นทุนพลังงาน และพฤติกรรมผู้โดยสารที่เปลี่ยนไป การสนับสนุนครั้งนี้จึงไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนขับ แต่ยังมุ่งยกระดับมาตรฐานความสะอาด ความปลอดภัย และคุณภาพบริการ ซึ่งประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้ใช้บริการทุกคน


นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนกลุ่มแท็กซี่ไทยอย่างเต็มที่ ภายใต้หลักความยุติธรรมต่อทุกฝ่ายและถูกต้องตามกฎหมาย โดยเข้าใจดีถึงภาระต้นทุนที่สูงขึ้น จึงได้เตรียมแนวทางช่วยเหลือ ในการหารือกับกระทรวงการคลังเรื่องการลดภาษีเป็นกรณีพิเศษ มาตรการเงินอุดหนุนรถสาธารณะตามมาตรการ “พร้อมซัพพอร์ต” และการผลักดันเพิ่มสถานีชาร์จและลดค่าไฟฟ้า แม้จะไม่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมโดยตรง แต่จะเร่งประสานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อขอความร่วมมือเพิ่มจุดชาร์จสาธารณะ และผลักดันอัตราค่าบริการให้ถูกลง เพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน


ด้าน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงแนวทางการนำนโยบายไปปฏิบัติจริง โดยจะเร่งทำการศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนต่อค่าครองชีพของประชาชนส่วนใหญ่ โดยกรมการขนส่งทางบก จะพิจารณาแนวทางการปรับขนาดรถให้มีความเหมาะสมกับการใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคำนึงถึงขนาดภายในตัวรถที่มีความเหมาะสม ซึ่งวิธีนี้จะช่วยดึงดูดให้ผู้ประกอบการนำรถที่กว้างขวาง นั่งสบาย และมีความปลอดภัยสูงมาให้บริการเป็นทางเลือกแก่ประชาชนมากขึ้น

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก จะเร่งพิจารณาด้วยความรอบคอบ และเป็นธรรมที่สุด เพื่อให้เกิดการพัฒนาคุณภาพบริการที่คุ้มค่ากับเงินที่ประชาชนจ่ายไป