เซ็นทรัลพัฒนา ผนึก เซ็นทรัล รีเทลและพาร์ทเนอร์ธุรกิจชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 30,000 แบรนด์ และ 13,000 ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ สร้างปราฏการณ์ช้อประดับชาติ “Grand Grand Sale 2026” #ช้อปให้เป็นแชมป์ ทุ่มงบ 1,000 ล้านบาท อัดส่วนลดสูงสุด 80% ปลุก Mid-Year Spending Momentum ของประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยปีนี้ ต่อยอดกระแสโลก Sport Culture และอินไซต์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง Value, Experience และ Emotional engagement มากขึ้น สู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการช้อประดับโลก
ครั้งนี้ เซ็นทรัลพัฒนา กับ เซ็นทรัลรีเทล ผนึกพันธมิตรภาครัฐ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มธุรกิจเครือเซ็นทรัล นำโดย ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา, เอสเซ็นท์ บางนา, ร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, ท็อปส์ ฟู้ด ฮอล์, ท็อปส์, โก โฮลเซลล์, ไทวัสดุ, บีเอ็นบี โฮม, ออโต้วัน, เพาเวอร์บาย, ออฟฟิศเมท, บีทูเอส, ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์, โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา, โรงแรม โก โฮเทล, เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, The 1 และ พันธมิตรภาคเอกชน ได้แก่ APEX Hospital and Clinics, อีโวลท์ เทคโนโลยี, โรงภาพยนตร์ในเครือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ, บัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน, บัตรเครดิตอิออน, บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต CardX และ SCB WEALTH by CardX, บัตรเครดิตธนาคารออมสิน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรเครดิตเคทีซี และ บัตรเครดิตยูโอบี
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ตลอด 17 ปีที่เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมผลักดัน ‘Mid-Year Shopping Season’ ของประเทศอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาจากแคมเปญเซลล์กลางปี สู่การเป็นมหกรรมช้อประดับชาติที่เติบโตขึ้นทุกปี ทั้งมิติของจำนวนพันธมิตรชั้นนำกว่า 13,000 ร้านค้า และ 30,000 แบรนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกปี โตขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบปี ค.ศ.2023 และการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ
“ เรามองศักยภาพของ Mid-Year Sale เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศการจับจ่ายและความคึกคักทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในช่วงกลางปีพร้อมอัด 300 อีเวนต์ ที่ศูนย์การค้าฯ และห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ อาทิ CENTRAL Grand Grand Sale ลดสูงสุด 80% อาทิ Supersports, Rev Runner, SHU, Labella, Xclusive , Ari x Carnival ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว, CMG ยกแบรนด์ดังมาเซลล์ Dyson, Casio และแบรนด์อื่นๆที่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, งานวินเทจเซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ที่เซ็นทรัล โคราช และอีเวนต์ยีนส์แห่งปี ที่เซ็นทรัล อุบล, ระยอง, พิษณุโลก ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและ ‘ช้อปช่วยชาติ’ ของภาครัฐ ให้แคมเปญเซลล์กลางปีเป็น ‘Reason to Visit’ ดึงดูดนักช้อป มาใช้ชีวิต กิน เที่ยว พักผ่อน โมเดลเดียวกับหลายเมืองระดับโลกที่ใช้ Shopping Festival เป็นกลไกสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อาทิ ฮ่องกงในฐานะ Shopping Paradise ของเอเชีย ไปจนถึงสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ที่พัฒนา Shopping campaigns ไปสู่ Experience economy ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับที่เซ็นทรัลพัฒนา ทำอย่างต่อเนื่องตลอด 17 ปี
ปีนี้ เซ็นทรัลพัฒนา นำกระแส Sport Culture ระดับโลก มาต่อยอดในแคมเปญ เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายให้คึกคัก เพราะ ‘การเชียร์กีฬา’ และ ‘การช้อป’ มี Emotional DNA ร่วมกัน ทั้งความตื่นเต้น การแข่งขัน ความเร้าใจ และการคว้าดีลแห่งปีในช่วงเวลาจำกัด อย่างโปรฯ ช้อปลุ้นแชมป์ ช้อปครบ 1,000 บาท ได้สิทธิ์ลุ้นรางวัลใหญ่คอนโด Escent บางนา มูลค่า 3.39 ล้านบาท* หรือ ที่พัก 4วัน 3 คืน โรงแรม Centara Life Namba Osaka 3 รางวัล มูลค่า 108,000 บาท* โดยจุดแข็งสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล คือการมีเครือข่ายศูนย์และห้างฯ, ร้านค้าในเครือธุรกิจรีเทลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั้งเมืองหลัก-เมืองน่าเที่ยว สร้างบรรยากาศการจับจ่ายและการท่องเที่ยวได้พร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่ Tourist malls ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา สมุย ที่มีนักท่องเที่ยว Top5 จาก จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินเดีย เป็นกลุ่ม short haul และ weekend traveler, ขณะที่ Beach malls ภูเก็ต พัทยา สมุย เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่ม long haul รัสเซีย, อเมริกา รวมถึง เซ็นทรัลเวิลด์ ในฐานะ Global Shopping Destination มีนักท่องเที่ยว Top5 คือ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย, รวมถึงสาขา Cross-Border ที่เซ็นทรัล หาดใหญ่ เชื่อมกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ไปจนถึงเซ็นทรัล อุดร, อุบล และสาขาในภาคอีสาน ที่เป็นประตูสำคัญของกลุ่ม CLMV ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เซ็นทรัล รีเทล ดีพาทเมนท์สโตร์ กล่าวว่า “ช่วงกลางปีถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของธุรกิจค้าปลีกที่ทุกแบรนด์ เดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและสร้างสีสันให้ตลาดอย่างคึกคัก สำหรับห้างเซ็นทรัลและโรบินสันเราร่วมจัดแคมเปญ ‘Grand Grand Sale 2026’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 เพื่อมอบทั้งความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า ไฮไลต์สำคัญปีนี้เราต่อยอดเทรนด์ ‘Sport Culture’ ที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพ ดูแลตัวเอง และให้รางวัลกับตัวเองมากขึ้น เป็น ‘360° Self-Investment’ บนแนวคิด ‘Healthy Living & Sport Culture’ ที่เป็นสถานะใหม่ของความสำเร็จ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง แอโรบิก หรือกิจกรรมออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน
โดย‘Wellness-driven Lifestyle’ สะท้อนการใช้ชีวิตในหลายรูปแบบ อาทิ Blokecore Fashion (แฟชั่นเสื้อบอลกับสตรีทแวร์) ที่กำลังได้รับความนิยม, Football-inspired Makeup (แต่งหน้าธีมเชียร์กีฬา) ไลฟ์สไตล์การ ดูบอล เล่นเกม และของสะสมต่างๆ ที่บ่งบอกว่าวันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อแค่สินค้า แต่เลือกซื้อ ‘ประสบการณ์และวัฒนธรรม’ ที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง
ขณะเดียวกัน ลูกค้ายังให้ความสำคัญกับ ‘Best Value’ มองหาความคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะช่วงเซลกลางปีที่ลูกค้ารอคอย เราจึงเดินหน้าดูแลลูกค้าผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) SYNERGY การรวมพลังครั้งสำคัญของทุกธุรกิจในเครือเซ็นทรัลและพันธมิตร เพื่อสร้างแคมเปญระดับประเทศ และปีนี้เป็นปีแห่ง Sport Culture เราจึงเชื่อมโยงกระแส เข้ากับการสร้างประสบการณ์ใหม่ โปรโมชัน และกิจกรรมพิเศษ จึงเป็นที่มาของช้อปให้เป็นแชมป์
2) SEAMLESS การยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ ผ่าน 360° Omni-Channel ที่เชื่อมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ทั้งห้างเซ็นทรัลและโรบินสัน ครอบคลุม 75 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึง Central Embassy และช่องทางออนไลน์อย่าง Central App, Central Chat & Shop, Call & Shop และ Social Commerce ล่าสุดยังเปิดตัว ‘Cenni’ เพื่อนรู้ใจสายช้อป ที่ให้ลูกค้าทักมาช้อป อัปเดตสินค้าใหม่ๆ ได้ผ่าน 2 ช่องทาง คือ Central App และ Central Chat & Shop
3) SPECIAL DEAL กับโปรโมชัน ‘Kick Off Deals’ ลดสูงสุด 70% พร้อมดีลพิเศษ ‘Taste of Victory’ มอบคูปองส่วนลดจากร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมมูลค่ากว่า 3,430 บาท ตามเงื่อนไข รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษจากห้างฯ และสินค้าแบรนด์ดังที่ร่วมรายการ
นางสาวรวิศรา กล่าวว่า ช่วง 5 เดือนแรกปี 2026 ยอดขายของห้างฯ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและ Expat เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มจีน รัสเซีย พม่า ตะวันออกกลาง อินเดีย นิยมช้อปสินค้าบิวตี้ แฟชั่นไทยดีไซเนอร์ และ Goods Goods ซึ่งเรามีโปรโมชั่นพิเศษดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย เช่น Exclusive Tourist Promotion ช้อปครบตามเงื่อนไข ร่วมสนุกกับกิจกรรม “Catch & Win” เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ และสมาชิก The 1 Expat ยังสามารถรับสิทธิประโยชน์พิเศษทุกวันที่ 5 ของทุกเดือน ใน “The 1 Expat Day” พร้อมข้อเสนอและของขวัญพิเศษในช่วง National Day Celebration จากห้างเซ็นทรัลทุกสาขา เรามั่นใจว่า ‘Grand Grand Sale 2026’ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทในฐานะ Retail Destination ของประเทศ
นางสาวโบนิต้า ปุย แยง วู ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เพื่อรับมือกับภาพรวมกำลังซื้อที่ท้าทายของไตรมาสที่ 2-3 รวมถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่าง ๆ เซ็นทรัล รีเทล ได้ผนึกกำลังกับเซ็นทรัลพัฒนา เดินหน้าส่งแคมเปญโปรโมชันสุดยิ่งใหญ่ประจำปีอีกครั้ง ในชื่อ Grand Grand Sale 2026 ซึ่งถือเป็น Signature Event ที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในช่วงกลางปีมาอย่างต่อเนื่อง”
โดยยกอีโคซิสเต็มที่ครอบคลุมเครือข่ายค้าปลีก-ค้าส่งกว่า 3,000 สาขา จากทุกกลุ่มธุรกิจ ใน 63 จังหวัดทั่วประเทศ มาร่วมมอบโปรโมชั่น และความพิเศษต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้าของเรา ที่สำคัญในปีนี้ยังมี Global Events มากมายที่ทุกคนรอคอย ทั้งในด้าน Sport & Music ซึ่งมีอิทธิพลต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคอย่างมหาศาล โดย Consumer Insights จากฐานข้อมูล The 1 ระบุว่า ในปี 2022 ลูกค้ามีพฤติกรรมการจับจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการแข่งขันกีฬายอดนิยม โดยกลุ่มสินค้าที่มียอดขายเติบโตสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสปอร์ตแฟชั่น และกลุ่มฟู้ด
ในปีนี้ เซ็นทรัล รีเทล จึงมองเห็นโอกาสในการดึงเอา Passion ของแฟนกีฬาและบรรยากาศการเชียร์ การแข่งขันมาช่วยกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือน โดยหยิบกลยุทธ์ Real-time Marketing มาผนวกเข้ากับแคมเปญ Grand Grand Sale 2026 เพื่อสร้างความเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับความสนใจของผู้บริโภคให้เกิดอิมแพ็กต์สูงสุด และปลุกมู้ดการจับจ่ายให้คึกคัก ภายใต้ธีม ‘Ready-Set-Go(al)’ ที่ทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ จัดเต็มความพิเศษมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าและแฟนกีฬาตลอด Customer Journey ทั้งในด้านสินค้าลิมิเต็ดคอลเลกชัน ดีลสุดคุ้มที่ลดสูงสุดถึง 70% พร้อมโปรโมชัน On-top อีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาตอบรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร
“เรามั่นใจว่าแคมเปญนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างยอดขายและทราฟฟิกที่เติบโตขึ้นให้กับ CRC เท่านั้น แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างแข็งแกร่งในช่วงกลางปีนี้อีกด้วย” นางสาวโบนิต้า กล่าว
สอดคล้องกับแคมเปญ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ของททท. ที่จะมอบส่วนลดและสิทธิพิเศษให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติในกลุ่ม Short-Haul และ Long-Haul ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) เชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ในคุณภาพระดับพรีเมียมที่เข้าถึงได้ โดยผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ เครื่องประดับ ปีที่ผ่านมา (2025) แคมเปญดังกล่าวฯ มีรายได้หมุนเวียนกว่า 700 ล้านบาท
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เผยว่า ช่วง 1 ม.ค. 69 – 24 พ.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย สะสม 13.4 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 653,986 ล้านบาท โดย Top 5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือ จีน, มาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย และเกาหลีใต้ โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น จากปัจจัยต่างๆ เช่น วันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ และการเพิ่มเที่ยวบินมาไทยในช่วงฤดูร้อน
ดึงกระแสโลก ‘Sport Culture’ สู่มหกรรมช้อปแห่งปี “Grand Grand Sale 2026”
ปีนี้ เซ็นทรัลพัฒนา นำ Sport Culture มหกรรมการเชียร์กีฬาระดับโลก มาสร้างสีสันและความคึกคักให้กับมหกรรมช้อปกลางปี ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์การช้อปที่เชื่อมผู้คนทุกเจเนอเรชั่นเข้าด้วยกันทั่วประเทศ
• "ลีน่า-ลลินา” และ “หมิว-ณัชชา” นักแสดงซีรีส์ Girl’s Love ร่วมเป็น Campaign Ambassadors ถ่ายทอดพลัง Sport Culture ผ่าน Fandom Marketing สร้าง engagement กับ Gen Z และคนรุ่นใหม่
• ไฮไลต์พิเศษ เปลี่ยนพื้นที่หน้าเซ็นทรัลเวิลด์เป็น “Active Arena” ใจกลางเมือง ผสาน Urban Sport Community Space กับคลาสออกกำลังกายสุดฮิตและกิจกรรมสาย Healthy Lifestyle พร้อมขยายบรรยากาศความคึกคักสู่ศูนย์การค้าฯ ทั่วประเทศ
• สนุกกับขบวน Mascot และ Champion Sale Troop เติมสีสันให้มหกรรมช้อปกลางปีตลอดแคมเปญที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 39 สาขาทั่วประเทศ
เทรนด์นักช้อปยุคใหม่ “Smartsumer” เจาะไลฟ์สไตล์การช้อปในแต่ละ Generation
ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าวว่า นักช้อปไทยยุคใหม่ กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “Smartsumer” ที่มองถึงความคุ้มค่ารอบด้าน โดยวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (ปี 2026) เผยว่า จากสภาวะแรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพ คนไทยในทุกเจเนอเรชั่นกว่า 90% ใช้ข้อมูล รีวิว และเทคโนโลยี AI ช่วยประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อ
1. Gen Z หรือกลุ่ม Experience-Driven: เลือกแบรนด์ที่สะท้อนตัวตน อยากได้สินค้าที่ดีไซน์ดี เข้าถึงได้ และคุ้มค่า แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การซื้อสินค้า เพราะคนรุ่นนี้มองหาประสบการณ์ร่วม ทั้งอีเวนต์ กิจกรรม และบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกสนุกและเชื่อมโยงกับผู้คนได้
2. GenY หรือกลุ่ม Value Maximizer: ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและโปรโมชั่นเป็นอันดับแรก มองหาดีลหรือราคาที่ดีที่สุด ทั้งส่วนลด การสะสมคะแนน เครดิตเงินคืน หรือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้รู้สึกว่าจ่ายแล้วคุ้มจริง
3. Gen X หรือกลุ่ม Rational Spender: เป็นกลุ่มที่มองหาสินค้าคุณภาพและความคุ้มค่าระยะยาว ให้ความสำคัญกับแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ พร้อมสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้จริง
4. Baby boommer หรือกลุ่ม Security & Simplicity: เน้นสินค้าหรือแบรนด์ที่คุ้นเคย ให้ความสำคัญกับความมั่นใจ สะดวกสบาย และการบริการที่ดี โดยประสบการณ์และความใส่ใจ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
ส่วนข้อมูลที่ระบุถึง 5 พฤติกรรมของนักช้อปไทย “Smartsumer” ได้“กลุ่มเซ็นทรัล” ทุ่มพันล.ผนึกพันธมิตร
ดันแกรนด์เซลล์เชื่อมต่อสปอร์ตคัลเจอร์


