CAAT ประสานทุกภาคส่วนการบิน ยกระดับมาตรการรับมืออีโบลา ประกาศแจ้งสายการบินและผู้ให้บริการการบิน รับทราบการบังคับใช้ คุมเข้มเที่ยวบินจากพื้นที่เสี่ยง
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ในบางพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก(DR Congo) และสาธารณรัฐยูกันดา (Uganda) กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทย โดยกำหนดให้ผู้โดยสารและลูกเรือที่เดินทางมาจากประเทศดังกล่าว สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้เฉพาะการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเท่านั้น และต้องเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังหรือกักกันโรคตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่กำหนด
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินพลเรือนได้เร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับสายการบิน ผู้บริหารท่าอากาศยาน และหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อเตรียมความพร้อมและกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับมาตรการด้านสาธารณสุขของประเทศและมาตรฐานสากล
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 CAAT ได้ดำเนินการเผยแพร่ มาตรการดังกล่าวผ่านประกาศนักบิน (NOTAM) เพื่อแจ้งให้สายการบินและผู้ให้บริการการบินรับทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งจัดประชุมซักซ้อมและชี้แจงแนวทางปฏิบัติแก่สายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมก่อนมาตรการมีผลบังคับใช้ในเวลา 18.00 น. ของวันเดียวกัน
นอกจากนี้ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศยังได้ขอความร่วมมือจากสายการบินในการจัดเตรียมข้อมูลผู้โดยสารและข้อมูลเที่ยวบินล่วงหน้า เพื่อสนับสนุนการคัดกรองและดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และลดผลกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสารให้น้อยที่สุด
CAAT ขอความร่วมมือประชาชนติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดโดยไม่มีความจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและป้องกันผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขของประเทศ
ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าว ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจสอบข้อมูลและข้อกำหนดล่าสุดกับสายการบินก่อนการเดินทาง เนื่องจากมาตรการต่าง ๆ อาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์


