สร.รฟท. บุกทำเนียบยื่นหนังสือถึง”นายกฯ”จี้เร่งปลดล็อกมติครม.ห้ามรับพนักงานเกิน 5% จากเกษียณ แก้วิกฤตปัญหาปมขาดแคลนคนทำงาน โดยเร่งด่วน ชี้พนักงานมีเหลือ 45.6 % ต่ำกว่าภาระกรอบอัตราและภาระงาน หวั่นกระทบความปลอดภัยเดินรถ
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้เร่งอนุมัติเพิ่มอัตรากำลังพนักงานและทบทวนมติ ครม. วันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ รฟท. ขาดแคลนบุคลากรอย่างหนักและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในการเดินรถ
ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานเหลือเพียง 8,215 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 45.60 ของกรอบอัตรากำลังที่กำหนดไว้ ในขณะที่ต้องรับภาระเดินรถกว่า 461 ขบวนต่อวัน ทำให้พนักงานต้องทำงานล่วงเวลาสะสมและควงเวรต่อเนื่อง ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทั้งนี้ ข้อเสนอของสร.รฟท. ได้แก่ 1. ขอให้เร่งเพิ่มอัตรากำลัง โดยขออนุมัติเพิ่มพนักงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น พนักงานขับรถ (ขาด 321 อัตรา) และช่างเครื่อง (ขาด 464 อัตรา) 2. ขอให้ทบทวนมติ ครม. 2541เพื่อให้ รฟท. สามารถรับพนักงานใหม่ทดแทนผู้ที่พ้นจากตำแหน่งได้ทุกกรณี และ 3. เร่งการจัดหารถจักรและรถโดยสาร จัดหาใหม่แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) เพื่อรองรับโครงการรถไฟทางคู่ที่จะแล้วเสร็จในปี 2571
นายสราวุธ สราญวงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) กล่าวว่า บุคลากรที่จบจากโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟนั้น พร้อมที่จะปฏิบัติงานด้านปฏิบัติการได้เลย อยากขอให้ทางรัฐบาลช่วยผลักดันเร่งรัดตำแหน่งในการบรรจุ รวมถึงลูกจ้างเฉพาะงานที่ทำงานมาเป็นระยะเวลานาน 5 ปีถึง 20 ปี ซึ่งพร้อมจะทำงานให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทันที
สร.รฟท. ย้ำว่าหากไม่มีการแก้ไข การรถไฟฯ จะไม่สามารถตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลและอาจเกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในระยะยาว
นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯรัฐมนตรี ผู้แทนรัฐบาล กล่าวว่า จะเร่งนำเรียนเรื่องดังกล่าวต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการจัดการปัญหาเร่งด่วนต่อไป


