ขบ.เรียกคนขับรถตู้”นักเรียน”จ. ลพบุรี ปรับ 2,000 บาทพร้อม อบรมความปลอดภัย -จิตสำนึก กรณีฝ่าสัญญาณไม้กั้นจุดตัดทางรถไฟ ถนนพระราม ตำบลท่าหิน
ตามที่ได้มีการนำเสนอคลิปข่าวเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีรถตู้รับส่งนักเรียนขับฝ่าฝืนสัญญาณไม้กั้นทางรถไฟที่กำลังลดระดับลง และไปจอดหยุดนิ่งอยู่บริเวณกึ่งกลางรางรถไฟ จนเจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณต้องเข้ามาแจ้งเตือนให้รีบขับรถพ้นบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 07.00 น. บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนพระราม ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี นั้น
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี ได้เรียกตัว นายสังวาลย์ ผู้ขับรถคันดังกล่าวเข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยนายสังวาลย์ (ผู้ถือใบอนุญาตขับรถยนต์ตลอดชีพ) ได้ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนได้ขับรถตู้จากอำเภอท่าวุ้งเพื่อไปส่งนักเรียนในตัวเมืองลพบุรี จำนวน 6 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ขับขี่เข้าไปในเขตรางรถไฟโดยไม่ได้ระมัดระวังสัญญาณไม้กั้นที่กำลังลดลง เมื่อเห็นไม้กั้นฝั่งตรงข้ามลดลงจึงตกใจและหยุดรถ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งเตือนจึงได้ขับรถผ่านไปได้โดยปลอดภัย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่ารถคันดังกล่าวมีการใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ ซึ่งถือเป็นการนำรถมาใช้รับส่งนักเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมของนายสังวาลย์ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 จึงได้ดำเนินการลงโทษ ดังนี้
1.เปรียบเทียบปรับ: ในข้อหาใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้ (นำรถมาใช้รับส่งนักเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต) ตามมาตรา 21 ประกอบมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 เป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท
2. ส่งเข้ารับการอบรม: เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน จิตสำนึกความปลอดภัยในการขับรถและการดูแลเด็กนักเรียนระหว่างรับ-ส่งอย่างถูกต้องปลอดภัย กฎหมายจราจรทางบก และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
ทั้งนี้ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี เร่งสำรวจรถที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถโรงเรียนอย่างถูกต้อง และดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดลพบุรีอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและเยาวชนในพื้นที่ นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้สั่งการไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ให้คุมเข้มและเร่งจัดระเบียบรถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบให้เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวสอดรับกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่ต้องการผลักดันมาตรฐานความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนให้เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยกรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้รถทุกคันผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบห้ามล้อ (ระบบเบรก) อย่างเข้มงวดก่อนนำไปใช้รับส่งนักเรียน รวมถึงการนำเทคโนโลยีระบบ GPS มาใช้ติดตามตรวจสอบความเร็วของรถ ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางให้กับเด็กนักเรียนและเยาวชนต่อไป


