xs
xsm
sm
md
lg

คณะกก.สอบรถไฟชนรถเมล์ เปิดภาพ 4 มุม สแกนวินาทีชน - ตำรวจจ่อเรียก"รถยนต์-จยย."เช็กบิล วันเกิดเหตุจอดทับเส้นเหลือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะกก.สอบข้อเท็จจริงคาดสรุปเหตุ รถไฟชนรถเมล์ใน 30 วันเปิดภาพ 4 มุมวินาทีชน ย้ำบอกข้อเท็จจริง จุดใดเป็นปัญหาเพื่อหาทางป้องกันเกิดเหตุซ้ำ ตำรวจจ่อเรียก”รถยนต์-จยย.”ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูล ย้ำกฎจราจร ต้องเว้นระยะห่างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร เล็งเปิดไฟแดงคุมรถจากกำแพงเพชร 7 ลดการตัดกระแส
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน โดยมีผู้แทนกรมการขนส่งทางราง กองบัญชากการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า คณะกรรมการฯได้ร่วมกันหาข้อเท็จจริงเพื่อรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงกระทรวงคมนาคม และใช้เป็นข้อมูลในการถอดบทเรียนด้านความปลอดภัยเพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกในอนาคต

ทั้งนี้ มีข้อเท็จจริงบางส่วนที่อยู่ในสำนวนการสอบสวนที่อาจจะยังเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวน จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าใครเป็นผู้กระทำผิด

“คณะกรรมการฯจะนำเหตุการณ์มากถอดบทเรียน ภายในกรอบเวลา 30 วัน ซึ่งจะเร่งสรุปให้เร็วที่สุด โดยคาดว่า จะเริ่มเห็นข้อเสนอแนวทางแก้ไขภายในต้นเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่น่าจะข้อมูลที่จะรวบรวมและรายงานต่อรมว.คมนาคมได้ก่อนภายใน 15 วัน”

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้นำภาพ 4 มุม บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสัน ที่บันทึกในขณะเกิดเหตุ มาตรวจสอบเวลา มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อประกอบการพิจารณาข้อเท็จจริง เบื้องต้นมีรายละเอียดไทม์ไลน์ ดังนั้น จากภาพที่บันทึก
เวลา 15.33.22 น. รถเมล์ เคลื่อนมาถึงจุดตัด
เวลา 15.33.27 น. รถเมล์หยุดคร่อมทางรถไฟ
เวลา 15.33.31 น. สัญญาณเตือนเครื่องกั้นทำงาน พนักงานกั้น พยามนำเครื่องกั้นลงแต่ไม่ได้เพราะยังมีรถจอดกีดขวางรางอยู่ ,พนักงานกั้นถนนใช้วิทยุสื่อสาร
เวลา 15.33.57 น. พนักงานกั้นถนน โบกธงแดง เพื่อให้สัญญาณขบวนรถไฟหยุด แบะขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง และขบวนรถไฟหยุดนิ่ง


ด้านพันตำรวจเอกกัมพล รัตนประทีป รองผู้บังการตำรวจนครบาล 1 กล่าวว่า ตอนนี้ จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรลงไปประจำพื้นที่ เพื่อไม่ให้รถตัดกระแสจราจรมากเกินไปโดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน และเพื่อป้องกันรถฝ่าฝืนเข้าไปอยู่บนรางรถไฟ

จุดตัดอโศก มีปัญหาจราจรมากเพราะเป็นแยกที่มีปริมาณจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน ตามข้อมูลที่ทางกทม.เก็บสถิติไว้เมื่อ 2 ปีที่ผ่าน พบว่าจุดดังกล่าว มีปริมาณมากกว่า 3,000 คันต่อชั่วโมง ส่วนถนนกำแพงเพชร 7 เลี้ยวซ้ายออกไปทางแยกอโศก มีประมาณ 1,200 คันต่อชั่วโมงดังนั้นจะต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม

โดย จะมีการทดลองปรับจำนวนช่องทางจราจรถนนกำแพงเพชร 7 ในช่วงเร่งด่วนเช้า ตั้งแต่ เวลา 06.00 น.-10.00 น. จากที่มีจำนวน 4 เลนให้วิ่งเป็น 3 เลน และบีบเป็น 2 เลน กำลังเก็บสถิติทุก 1 ชั่วโมงเพื่อดูผลกระทบลดการตัดกระแสจราจรได้แค่ไหน และรถติดท้ายแถวยาวแค่ไหน เพื่อหาแนวทางที่เป็นมาตรการระยะยาวต่อไป

ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำปัญหามาดูร่วมกันและร่วมหามาตรการในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยจะมีการกำหนดหน้าที่ของแต่ละหน่วยที่ชัดเจนต่อไป

@จ่อเรียกรถยนต์-มอไซด์ ที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูล

ส่วนการดำเนินคดีนั้น ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา พนักงานขับรถไฟ พนักงานกั้นถนน และพนักงานขับรถเมล์ และจะขยายผลการตรวจสอบและขอข้อมูลกับ รถยนต์ รถจักรยานยนต์อีกหลายคันที่จอดคร่อมรางรถไฟ และในระยะ 5 เมตร ในขณะเกิดเหตุ ซึ่งขอย้ำว่า ไม่ใช่รถทุกคันที่อยู่ในภาพตรงนั้นจะผิด แต่จะมีการตรวจสอบรายละเอียดของรถแต่ละคันว่า มีพฤติกรรมการขับมาลักษณะอย่างไร ภาพจะบอกได้ว่าขับมาอย่างไรจนมาจอดอยู่ในเขตที่ผิดกฎจราจร อย่างไรก็ตาม คันที่ทำผิดกฎจราจรจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย

ด้านผู้แทนกทม.ระบุว่า จะมีการติดตั้งแผงเหล็กกั้นยืดหด ตีเส้นจราจรแบบทะแยง "ห้ามหยุด” บริเวณหน้าทางรถไฟ และเตรียมนำระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติเข้ามาเชื่อมสัมพันธ์กับแยกอโศกเพชรบุรี เพื่อป้องกันการสะสมของรถบนเส้นทาง โดยจุดตัดดังกล่าวอยู่ห่างแยกอโศกเพชรบุรีเพียงประมาณ 120 เมตร ทำให้สัญญาณไฟต้องทำงานสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ในอนาคตจะใช้ระบบสัญญาณควบคุมตลอดเวลา เพื่อลดการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุด