xs
xsm
sm
md
lg

ช้อปปี้ ดันผู้ประกอบการไทยนับหมื่นรายโตข้ามพรมแดน เปิดเคส “INGU” และ “วิมานผ้าฝ้าย” สะท้อนพลังสินค้าไทย Local สู่ Global

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรุงเทพฯ – 18 พฤษภาคม 2569 – ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เดินหน้าสู่อีกขั้นกับบทบาทสำคัญในฐานะ “แพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันการเติบโต”ของผู้ประกอบการไทย ที่ให้เป็นมากกว่า แค่ช่องทางการขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนผ่านระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ตอกย้ำวิสัยทัศน์การเป็น “สะพานดิจิทัล” และ “ประตูสู่โอกาสใหม่” พร้อมเผยความสำเร็จของ 2 แบรนด์ไทยที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Shopee ในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยนับหมื่นรายให้เติบโตสู่ตลาดโลก และพาธุรกิจก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพรมแดน ผ่าน Shopee International Platform และ Shopee Global Sales

INGU ประกาศศักดา T-Beauty หนึ่งในแบรนด์ไทยแถวหน้าสู่วงการสกินแคร์โลก
บทพิสูจน์ศักยภาพ T-Beauty ที่น่าจับตามองที่สุดคือการเติบโตของ แบรนด์ INGU (อิงกุ) ภายใต้การนำของ คุณกีรธัช กิติยาดิศัย Co-founder and managing Director INGU และคุณอิ๊ง ชยธร กิติยาดิศัย ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ INGU มีจุดเริ่มต้นจากการเป็นยูทูปเบอร์ช่อง “พลิกหลังกล่อง” ขยายสู่ภาพของการเป็น Content Creator ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ก่อนก้าวสู่บทบาทเจ้าของแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถครองความนิยมทั้งในและต่างประเทศ กับความท้าทายในการนำพาแบรนด์ INGU ให้สามารถเปลี่ยนภาพจำของสินค้าความงามไทยให้กลายเป็น T-Beauty ที่มีศักยภาพและได้รับการยอมรับเช่นเดียวกันกับ K-Beauty และ J-Beauty ด้วยกลยุทธ์ Content Commerce ที่เน้นความจริงใจและเรื่องราววิทยาศาสตร์ที่เข้าถึงง่าย ความสำเร็จในตลาดต่างประเทศของ INGU เกิดขึ้นจากการมองเห็นสัญญาณความต้องการสินค้าจากผู้บริโภคทั่วโลกผ่านการขยายตัวของฐานผู้ชมในต่างประเทศ จากการทำคอนเท้นต์ภาษาอังกฤษ และถูกต่อยอดให้คอนเท้นต์ที่ผลิตออกมานั้นมีคุณค่าและสามารถสร้างมูลค่า ประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้นได้มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกับ ช้อปปี้ ผ่านโปรแกรม Shopee Global Sales ทำให้ได้ค้นพบกับ “Quick Win” เบิกทางให้ INGU สามารถขยายตลาดเป็นที่รู้จักในต่างประเทศอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ทันทีเพียงปลายนิ้วสัมผัสบน Dashboard

ความสำเร็จของ INGU ในตลาดสากลไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญ แต่เกิดจากการวิเคราะห์ Insight ที่ลึกซึ้งว่าผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนมีปัญหาผิวจากสภาพอากาศร้อนชื้นที่คล้ายคลึงกัน ส่งผลให้สินค้าอย่าง Brighten Crystal Serum และกันแดด ขึ้นแท่นสินค้ายอดนิยมครองใจลูกค้าข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การนำสารสกัดท้องถิ่นอย่างกาแฟจากเชียงรายหรือใบบัวบกไทย ฯลฯ มาสร้าง Storytelling ที่แตกต่าง เน้นความเป็น local และ Unique และสอดความเป็นวิทยาศาสตร์ ล้วนเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ภาพลักษณ์สินค้า Made in Thailand ได้รับการยอมรับว่าเป็นของดีมีคุณภาพสูงและมีความเฉพาะตัว การเติบโตของ INGU บนช้อปปี้ จึงเป็นภาพสะท้อนว่าแบรนด์ไทยยุคใหม่สามารถขยายธุรกิจสู่ระดับสากลได้ทันทีผ่านโซลูชันที่ช่วยลดภาระด้านการจัดการระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิมานผ้าฝ้าย - พลังของงานคราฟต์ที่เปลี่ยนเศรษฐกิจท้องถิ่นสู่รายได้ระดับสากล
ในอีกฟากหนึ่งของความสำเร็จ แบรนด์ วิมานผ้าฝ้าย โดย คุณชัย วีรศักดิ์ พงศ์ดา ผู้ก่อตั้งวิมานผ้าฝ้าย ได้พิสูจน์ให้เห็นว่างานฝีมือท้องถิ่นก็สามารถเติบโตในระดับสากลได้อย่างน่าทึ่งเช่นกัน จากจุดเริ่มต้นที่เป็นตัวแทนขายเสื้อผ้าพื้นเมืองสู่การเป็นผู้ผลิตเองที่เน้นคุณภาพและการตัดเย็บที่ร่วมสมัย วางแพทเทิร์นให้น่าสนใจ ทันสมัย และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกวัย จากนั้นแบรนด์ได้มองหาโอกาสใหม่ ๆ โดยเข้ามาเปิดร้านใน ช้อปปี้ และเข้าร่วมแคมเปญที่มีอยู่ตลอดปี รวมถึงใช้เครื่องมือและระบบต่าง ๆ ของ ช้อปปี้ ทำให้มียอดขายสูงขึ้น วิมานผ้าฝ้าย ไม่หยุดแค่การเติบโตในประเทศ หากแต่ยังปักหมุดเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ขยายสู่ฐานลูกค้าในวงกว้าง โดยได้เข้าร่วม โปรแกรม Shopee International Platform (SIP) และ Shopee Global Sale ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างก้าวกระโดดและเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศฟิลิปปินส์ที่สามารถสร้างยอดขายได้สูงถึง 80% ของยอดขายต่างประเทศทั้งหมด จากโปรแกรม SIP และสินค้าอย่าง เสื้อคลุมลายไทย เสื้อภูไท และเสื้อพื้นเมืองผู้หญิง กลายเป็นสินค้ายอดฮิตในกลุ่มนักช้อปฟิลิปปินส์ทำให้มียอดสั่งซื้อกว่า 300 ออเดอร์ต่อเดือน
คุณชัยมองว่า การขยายธุรกิจไปต่างประเทศผ่านช้อปปี้เป็นเรื่องที่ง่ายและราบรื่นกว่าที่เคยคาดคิด เนื่องจากแพลตฟอร์มช่วยดูแลขั้นตอนด้านการขนส่งและการเชื่อมต่อการขายข้ามประเทศอย่างครบวงจร ทำให้อุปสรรคที่เคยมองว่ายุ่งยาก ซับซ้อน ต้องใช้เวลานาน หรือจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง ถูกลดทอนลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจท้องถิ่นสามารถเติบโตและเข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศได้จริง
ในเชิงเศรษฐกิจมหภาค การเติบโตของ วิมานผ้าฝ้าย บนแพลตฟอร์ม ช้อปปี้ ได้กลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง แบรนด์ได้สร้างอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุในจังหวัดลำพูนให้มีรายได้จากการเย็บผ้าที่บ้าน รวมถึงการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่น ทั้งโรงย้อมและโรงพิมพ์ผ้าภายในจังหวัด นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นว่า ช้อปปี้ ไม่ได้เพียงแค่เป็นช่องทางที่ช่วยสร้างยอดขาย แต่ได้สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของแรงงานท้องถิ่นให้ก้าวไปพร้อมกับการขยายตัวของธุรกิจสู่ระดับสากลอีกด้วย

ก้าวข้ามทุก Pain Point การส่งออก โอกาสที่เริ่มต้นได้ง่ายแม้ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่
ในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันที่ช่วยลดอุปสรรคและความกังวลในการขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการหลังบ้าน อาทิ การจัดส่ง การทำการตลาด ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับลูกค้าในตลาดใหม่ ๆ โดยช้อปปี้ได้ออกแบบ 2 โปรแกรมสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและเริ่มต้นได้จริง ได้แก่ Shopee International Platform (SIP) โซลูชันสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างสะดวก โดยช้อปปี้เข้ามาช่วยดูแลกระบวนการสำคัญตั้งแต่การสื่อสารกับลูกค้าไปจนถึงการจัดส่งสินค้า และ Shopee Global Sales โปรแกรมสำหรับผู้ขายที่ต้องการต่อยอดธุรกิจในระดับที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการบริหารจัดการร้านค้าในแต่ละประเทศได้ด้วยตนเองอย่างมืออาชีพผ่าน Seller Center เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและรองรับการเติบโตในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังสามารถเข้าถึงเครื่องมือและฟีเจอร์ทางการตลาดและเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโต ไม่ว่าจะเป็น Shopee Live, Shopee Video รวมถึง AI Tools และระบบโลจิสติกส์ที่ช่วยให้การบริหารจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งเป็นระบบมากขึ้น องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยลดข้อจำกัดบางส่วนของการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ และทำให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะแบรนด์ขนาดเล็กและขนาดกลาง สามารถค่อย ๆ เริ่มต้นและต่อยอดไปสู่การเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศได้มากขึ้น เพราะโอกาสในการเติบโตระดับภูมิภาคและระดับโลกในวันนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแบรนด์ขนาดใหญ่หรือธุรกิจที่มีเงินลงทุนสูง แต่ผู้ประกอบการไทยทุกคนสามารถเริ่มต้นจากการมีร้านค้าบนช้อปปี้ และต่อยอดสู่ฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศได้อย่างเป็นขั้นตอน 

เรื่องราวของ INGU และ วิมานผ้าฝ้าย คือ ตัวอย่างของ “ความกล้า” ที่จะออกจากกรอบความคิดเดิม ๆ เพื่อคว้า “โอกาส” และ “ความเป็นไปได้ใหม่” ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในฐานะแพลตฟอร์มที่ทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยมา

อย่างต่อเนื่อง ช้อปปี้ยังคงมุ่งพัฒนาเครื่องมือ โซลูชัน และระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซในหลากหลายมิติ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และเปลี่ยนเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นของผู้ประกอบการไทยให้กลายเป็นความจริงที่สำเร็จได้ในระยะยาวในเวทีสากล