xs
xsm
sm
md
lg

“มหาดไทย-กทม.”วาง 4 แนวทางโอน”รถไฟฟ้าสีเขียว” นโยบาย Single Ownership ประเมินทรัพย์สิน 7-8 หมื่นล้านบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คณะกรรมการกำกับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หารือแนวทางรับนโยบาย Single Ownership”มหาดไทย-กทม.”วาง 4 ทางเลือก กรณีโอนให้รฟม.ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน 7- 8 หมื่นล้านบาท หรือ เซตซีโร่ หลังปี 72 ประมูล PPP Gross Cost แบบเจาะจงรายเดิมพ่วงให้สิทธิ์หารายได้เชิงพาณิชย์

สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวแบบ PPP Gross Cost แบบเฉพาะเจาะจง โดยจ้าง BTSC รายเดิมเดินรถ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Single Ownership ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงคล้ายแนวทางที่ 3 แต่กทม.วงเงินชดเชยอาจต่ำกว่า เพราะสามารถใช้การเจรจาโดยให้สิทธิ์ BTSC หารายได้เชิงพาณิชย์มาชดเชยในสัญญาจ้างเดินรถได้ โดยการเจรจาควรจะทำให้แล้วเสร็จก่อนการหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ซึ่งที่ประชุมก็ได้รับทราบแนวทางทั้งหมด และนัดหมายประชุมกันอีกครั้งในเดือน ก.ย.2569

รายงานข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ที่มีนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธาน ได้มีครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายทวีศักดิ์ ใจรังษี ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์ด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง สำนักนโยบายและแผน สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ผู้แทน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC) ผู้แทนกรุงเทพมหานคร (กทม.) สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม อาคารธานีนพรัตน์ ชั้น 31 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง

แหล่งข่าว ระบุว่า กทม. ได้รายงานที่ประชุมถึงนโยบายบริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) ตามมติ คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ที่ให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้กำกับดูแลรถไฟฟ้าทุกสายทาง เพื่อจัดทำระบบตั๋วร่วมและสามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารเองได้ ซึ่งที่ประชุมหารือกรณี ต้องดำเนินการ Single Ownership ตามมติคจร.ในส่วนขงอสัญญาที่กทม.มีร่วมกับ BTSC จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากจะต้องมีการเปลี่ยนคู่สัญญากับ BTSC จากกทม.ไปเป็น รฟม.

ทั้งนี้ กทม.ได้รายงานต่อคณะกรรมการกำกับฯว่า นโยบาย Single Ownership ผ่านการพิจารณาจากคจร.แล้ว เหลือขั้นตอนเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ เพื่อให้มีผลอย่างเป็นทางการ โดยหากครม.เห็นด้วยจะเริ่มนโยบาย Single Ownership แต่ต้องมาดูรายละเอียดในแต่ละสัญญา เนื่องจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังมีสัญญาจ้างเดินรถ ที่ระยะเวลาสัญญาจะสิ้นสุดปี 2585 และได้ประเมินมูลค่าทรัพย์สินของโครงการไว้ประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท ซึ่งทางรัฐบาลต้องชดเชยให้กทม.กรณีให้โอนทรัพย์สินไปให้รฟม.

 


กทม.ได้รายงานถึงแนงทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเบื้องต้น มี 4 แนวทาง คือ แนวทางที่1 ดำเนินการโอนทรัพย์สิน ให้รฟม.ตามมติคจร. ซึ่งรฟม.และกระทรวงคมนาคมต้องจ่ายค่าทรัพย์สินและหนี้สินต่างๆให้กทม.เบื้องต้นประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท ซึ่งแนวทางนี้ต้องรอ ความเห็นจากกระทรวงคมนาคมและรฟม.ด้วย เพราะอาจจะมีแนวทางรูปแบบงบประมาณเข้ามาสนบสนุน

แนวทางที่ 2 รอให้สัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวเส้นทางหลักหมดอายุในปี 2572 แต่ยังติดประเด็นมีสัญญาจ้างเดินรถ ที่จะสิ้นสุดสัญญาในปี 2585 ซึ่งทางสำนักงานอัยการสูงสุดแนะว่า กทม.ควรกลับไปตรวจสอบและรายงานความคืบหน้ากรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอดีตผู้บริหารกทม.และผู้เกี่ยวข้องทั้งสิ้น 12 ราย กรณีหลีกเลี่ยงและไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 และเอื้อประโยชน์ให้แก่ BTSC เพียงรายเดียว ซึ่งมีผลผูกพันกับสัญญาจ้างเดินรถปี 2585 ทั้งนี้ ทางเลือกนี้ จะเป็นการดำเนินงานกรณีที่ ครม. ยังไม่เห็นชอบมติคจร.เรื่อง Single Ownership

แนวทางที่ 3 เปิดประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวใหม่ทั้งหมด โดยไม่ต้องรอสัญญาจ้างเดินรถครบกำหนดปี 2585 แต่แนวทางนี้อาจจะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกเอกชนฟ้องร้อง เพื่อเรียกค่าชดเชยจากการบอกเลิกสัญญาจ้างเดินรถได้ โดยจากการประเมินคร่าวๆจะต้องจ่ายค่าชดเชยกรณียกเลิกสัญญาจ้างเดินรถปี 2585 ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท

แนวทางที่ 4 เปิดประมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวแบบ PPP Gross Cost แบบเฉพาะเจาะจง โดยจ้าง BTSC รายเดิมเดินรถ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Single Ownership ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงคล้ายแนวทางที่ 3 แต่กทม.วงเงินชดเชยอาจต่ำกว่า เพราะสามารถใช้การเจรจาโดยให้สิทธิ์ BTSC หารายได้เชิงพาณิชย์มาชดเชยในสัญญาจ้างเดินรถได้ โดยการเจรจาควรจะทำให้แล้วเสร็จก่อนการหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ซึ่งที่ประชุมก็ได้รับทราบแนวทางทั้งหมด และนัดหมายประชุมกันอีกครั้งในเดือน ก.ย.2569

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการเดินหน้า แนวทางการเปิดประมูลเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวรอบใหม่ กทม.แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอให้รอการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่เสร็จสิ้นก่อน เพื่อรอนโยบายเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวของผู้ว่าฯกทม.คนต่อไป ว่าจะเป็นอย่างไร