xs
xsm
sm
md
lg

‘พิพัฒน์’ สั่งลุย ยางพาราลดอุบัติเหตุ เล็งหุ้ม 'การ์ดเรล' จุดเกิดเหตุบ่อย ทช.ทุ่ม 86 ล้านบาทสำรวจออกแบบ "ไทยแลนด์ริเวียร่า" 630 กม.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” ตั้งคณะทำงานฯ ลุยปัดฝุ่นยางพาราหุ้ม "การ์ดเรล" ดันจัดซื้อ 29 สหกรณ์อั้นซื้อไม่เกิน 58 บาท/กก. มุ่งช่วยชาวสวนยาง-ลดรุนแรงอุบัติเหตุ ลุ้นคลังชง ครม.เซ็นสร้าง "สะพานสงขลา-สะพานลันตา" 4.7 พันล้าน มิ.ย.นี้ พร้อมทุ่ม 86 ล้านสำรวจออกแบบ "ถนนเลียบทะเลใต้" 630 กม.

วันนี้ (11 พ.ค. 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ว่า เน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงข่ายถนนของกรมทางหลวงชนบท เพื่อมุ่งยกระดับความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางสัญจร การขนส่งและด้านการท่องเที่ยว พร้อมทั้งทำความเข้าใจถึงแนวทางการเร่งรัดใช้จ่ายงบประมาณปี 2569 และการจัดทำแผนขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะเร่งขับเคลื่อนการก่อสร้างถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ หรือ "ไทยแลนด์ริเวียร่า" (Thailand Riviera) ที่จะเชื่อมสู่แหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก ทั้งในทะเลฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง ถึงสตูล เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเป็นส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้เร็ว

@ลุ้นคลังชง ครม. "สะพานสงขลา-สะพานลันตา" 4.7 พันล้าน เซ็นสัญญา มิ.ย.นี้

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา-อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ค่าก่อสร้าง 4,700 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา บ้านหัวหิน ต.เกาะกลาง-บ้านหลังสวน ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ค่าก่อสร้าง 1,800 ล้านบาท ใช้แหล่งเงินกู้จาก World Bank 70% และงบประมาณ 30% ปัจจุบันการประมูลคัดเลือกผู้รับจ้างเสร็จแล้ว ขณะนี้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) อยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อลงนามในสัญญา โดยจากที่ได้หารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติและจะลงนามสัญญาผู้รับจ้างได้ในเดือน มิ.ย. 2569 และใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี

“ที่ผ่านมามีความล่าช้าจากแผนเนื่องจากรอเงินกู้จากธนาคารโลก (World Bank) และการจัดการก่อสร้างแหล่งอนุบาลโลมาอิรวดี ซึ่งธนาคารโลกได้อนุมัติให้สินเชื่อกับทางการไทยในการก่อสร้างสะพานทั้ง 2 แห่ง เป็นจำนวนเงินกว่า 141.51 ล้านเหรียญสหรัฐ”


@ตั้งคณะ กก.เร่งปัดฝุ่น “ยางพารา” หุ้มแบริเออร์-แนวกันตก ตั้งราคาซื้อไม่เกิน 58 บาท/กก.

นายพิพัฒนย์กล่าวว่า ให้ ทช.นำโครงการยางพารามาใช้เพื่อปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยทางถนนกลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อดูแลช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางควบคู่กับนโยบาย ยกระดับความปลอดภัยบนโครงข่ายคมนาคม ซึ่งแนวทางการใช้ “ยางพารา” กับอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยและงานก่อสร้างทาง ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยดำเนินการตั้งแต่สมัยรัฐบาลของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นการช่วยเหลือเกษตรกร จากราคายางตกกต่ำ มีการทดสอบในการนำมาครอบแบริเออร์คอนกรีต (RFB) หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) และการ์ดเรล (Guardrail) หรือ ราวกันตกหุ้ม พบว่ามีคุณสมบัติ ดูดซับแรงกระแทกได้เพิ่มขึ้น 25-45% ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ถึง 35-40% และที่สำคัญช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุข้างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยกระทรวงฯ จะตั้งคณะทำงานขึ้นมาและร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัย รวมถึงพิจารณาข้อมูลของ ทล.และ ทช.ที่จะสำรวจถนนจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ เพื่อติดตั้งยางพารากับอุปกรณ์ความปลอดภัย จากนี้จะเชิญกลุ่มสหกรณ์ 29 สหกรณ์ที่มีการลงทุนเครื่องจักรไว้แล้วและเคยดำเนินการโครงการก่อนหน้านี้มาหารือ ส่วนรูปแบบการของการจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป หลักการเพื่อพยุงราคายางไม่ให้ตกต่ำ ปัจจุบันราคายางพาราจะอยู่ในระดับประมาณกิโลกรัมละ 80 บาท เนื่องจากเป็นช่วงยางผลัดใบและผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย แต่ต้นทุนที่คุ้มค่าต่อการลงทุนในโครงการประเมินไว้ที่กิโลกรัมละ 58 บาท และเป็นระดับราคาที่ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดซื้อจัดจ้างจะรับซื้อตรงกับสหกรณ์หรือผ่านตัวแทน เพราะโครงการก่อนหน้าที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป แต่จะต้องคงคุณภาพให้ได้ทั้ง 29 สหกรณ์ที่เป็นผู้ผลิตเดิมจะไม่เพิ่มมากกว่านี้ คาดว่าจะเริ่มโครงการในปี 2570 กรณีมีงบเหลือจ่าย โดยจะให้ความสำคัญต่อเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและจุดเสี่ยงเป็นลำดับแรก ส่วนที่จะเพิ่มเติมจะเสนองบปี 2571 เพื่อดำเนินการ โดยเน้นเรื่องมาตรฐานการผลิต การควบคุมคุณภาพ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างชัดเจน


@ทุ่ม 86 ล้าน สำรวจออกแบบ "ถนนเลียบทะเล"

ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทช.ได้ดำเนินโครงการ Thailand Riviera โดยระยะที่ 1 (สมุทรสาคร-ประจวบคีรีขันธ์-ระนอง-ชุมพร) ระยะทาง 514.616 กม. ดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนปี 2570 เตรียมเสนอของบประมาณดำเนินการ ได้แก่ 1 . ศึกษาออกแบบความเหมาะสมเชิงหล้กการของเส้นทางท่องเที่ยว ระยะที่ 2 (ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา) ระยะทาง 630 กม. วงเงิน 45 ล้านบาท 2. จ้างออกแบบ โครงการสำรวจออกแบบ ช่วงสิชล-ท่าศาลา อ.สิชล, ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ระยะทาง 30 กม. วงเงิน 21 ล้านบาท 3. สำหรับสำรวจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเวนคืนที่ดินและจัดทำรายงาน EIA ช่วง 3 สมุทร ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ ระยะทาง 83 กม. วงเงิน 20 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาศึกษา 1 ปี จากนั้นจึงจะเป็นการเสนอของบประมาณก่อสร้างต่อไป

ส่วนการนำยางพารามาใช้กับอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยนั้น อธิบดีกรมทางหลวงชนบทกล่าวว่า มีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่ป้องกันอุบัติเหตุลดลง ซึ่งตอนนี้ทั้ง 29 สหกรณ์ได้นำเสนอมาแล้วเบื้องต้นว่า ผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้างที่จะสามารถนำมาใช้งานได้ ส่วนแนวทางของ ทช.จะเน้นไปที่ยางหุ้มหรือเคลือบการ์ดเรล ที่ผลิตจากเหล็กชุบสังกะสี เพื่อลดอุบัติเหตุโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่มักจะหลุดโค้งเกิดอุบัติเหตุ จะลดความรุนแรงลง โดยจะเร่งสำรวจจุดที่มีอุบัติเหตุเกิดบ่อยดำเนินการในลำดับแรก ส่วนแบริเออร์กั้นถนนนั้นปัจจุบันมีการติดตั้งยางพาราไปหมดแล้ว