รฟม.เตรียมชงบอร์ดเคาะรูปแบบเดินรถ”สายสีม่วงใต้”ชู PPP Gross Cost เล็งเจรจารายเดิมเดินรถต่อเนื่อง ลดซื้อขบวนรถคาดลงทุน 2-3 หมื่นล. ปลายปีชงครม.เปิดเดินรถปี 73 พร้อมเร่งซ่อมถนนสามเสน คาดทยอยคืนผิวถนนเปิดจราจรพ.ค. 70 สอบถนนสามเสนทรุดปัจจัยน้ำใต้ดินเหนือการควบคุม แผน”สีส้ม”รถขบวนแรกถึงไทย ต.ค. 69 เปิดเดินรถด้านตะวันออกปี 70
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม. ) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน รฟม.อยู่ระหว่างเร่งรัดการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ได้แก่ สายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทางประมาณ 23.6 กม. มีผลงานก่อสร้างภาพรวม คืบหน้ากว่า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค. 2570 ส่วนการเดินรถนั้น อยู่ระหว่างปรับปรุงรายงานการศึกษาวิเคราะห์โครงการฯ ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ให้สอดคล้องกับค่าโดยสารร่วม ขณะที่รูปแบบ PPP Gross Cost ระยะเวลา 30 ปี เพื่อเดินรถต่อเนื่องจากสายสีม่วงเหนือ (เตาปูน-คลองบางไผ่) มีความเหมาะสมและผู้โดยสารได้รับความสะดวก ซึ่งอาจจะมีการเจรจากับผู้เดินรถสายสีม่วงรายเดิม คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) โดยจะสรุปผลการศึกษาและนำเสนอบอร์ด รฟม.เห็นชอบ ภายใน1-2 เดือนนี้ จากนั้นเสนอต่อคณะกรรมการ PPP พิจารณา คาดนำเสนอครม.ได้ช่วงปลายปี 2569-ต้นปี 2570 โดยจะเปิดเดินรถได้ช่วงปี 2573
ทั้งนี้ กรณีแนวคิดการเดินรถสายสีม่วงใต้ต่อเนื่องกับสายสีม่วงเหนือ จะทำให้สามารถใช้ขบวนรถสายสีม่วงที่มีอยู่ปัจจุบัน 21 ขบวนได้เต็มประสิทธิภาพ และอยู่ระหว่างประเมินจำนวนขบวนรถที่จะเพิ่มเติม เบื้องต้นประเมินมูลค่าสำหรับงานเดินรถสีม่วงใต้ที่ประมาณ 2 -3 หมื่นล้านบาท
@ผลสอบ”ถนนสามเสนทรุด”พบปริมาณน้ำจากปัจจัยเหนือการควบคุม
ด้านนายนายกิตติกร ตันเปาว์ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและก่อสร้าง) รฟม.กล่าวถึง กรณี พื้นถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณจุดก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) สถานีวชิรพยาบาล (PP19) เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2568 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ที่มีผู้แทนวสท.และสภาวิศวกร ร่วมด้วยนั้น ได้จะสรุปผลสอบฯรายงานไปที่กระทรวงคมนาคมแล้ว ซึ่งผลสรุปสาเหตุที่เกิดขึ้นมีปัจจัยที่นอกเหนือการควบคุมหลายอย่าง ทั้งด้านกายภาพของพื้นที่ และพื้นที่มีปริมาณน้ำที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามาจากไหน ที่กระทบต่อสเถียรภาพของดินภายใต้อุโมงค์และทำให้อุโมงค์เกิดขยับตัว และเกิดการทรุดตัว ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีท่อประปาขนาดใหญ่ด้วยทำให้มีน้ำรั่วออกจากท่อประปาออกมากระทบเพิ่ม และทำให้ความเสียหายขยายวงกว้างออกไป อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและข้อมูลเพิ่มจากนี้จะต้องรอการเปิดหน้าดินเพิ่มไปดูสภาพที่อุโมงค์ด้วย ขณะที่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายตัวเชื่อมสถานีอุโมงค์
@เริ่มคืนผิวถนนสามเสน พ.ค.70
สำหรับการแก้ไขการซ่อมแซมถนนบริเวณหน้าวชิรพยาบาล ขณะนี้ทำกำแพงกันดินใกล้เสร็จแล้วคาดว่าใช้เวลาอีก 1 เดือน จากนั้น จะขุดดินเพื่อกู้ตัวอุโมงค์และทำจุดเชื่อมต่อ อีกประมาณ 6 เดือน และดำเนินการเชื่อมต่ออุโมงค์คาดเปิดถนนสามเสนได้บางส่วนในเดือนพ.ค. 2570 และเปิดถนนสามารถทั้งหมดด้ในเดือนต.ค. 2570 หลังจากนั้นเป็นงานใต้ดินทั้งหมด ซึ่งสัญญานี้ งานคืบหน้า 80% โดยผู้รับจ้างยังมั่นใจว่าจะก่อสร้างได้เสร็จตามที่กำหนดเวลาสัญญา และหลังส่งมอบงานมีระยะเวลารับประกันอีก 2 ปี
ขณะที่ ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเสียหายค่าซ่อมแซมทั้งหมด โดยมีการทำประกันภัยโครงการก่อสร้าง CAR Insurance (Contractor's All Risks) วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท และ ทำประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability - TPL) วงเงินหลายร้อยล้านบาท จึงไม่น่าจะมีผลกระทบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งที่ผ่านมา ผู้รับจ้างได้เร่งแก้ปัญหาและซ่อมแซมชดเชยผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่
@ แผน”สีส้ม”รถไฟขบวนแรกส่งถึงไทย ต.ค. 69 เปิดเดินรถด้านตะวันออกปี 70
นายกาจผจญ ผู้ว่าฯรฟม.กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ระยะทาง 35.9 กม.โดยส่วนตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ก่อสร้างโครงสร้างโยธาเสร็จแล้ว 100% ส่วนงานระบบคืบหน้ากว่า 50% โดยรถบวนแรกจะส่งถึงไทยเดือนต.ค. 2569 เพื่อนำมาทำสอบ ส่งมอบครบทั้ง 21 ขบวน ในปลายปี 2570 ตามสัญญาจะเปิดให้บริการปี 2571 แต่เอกชนจะเร่งเปิดในปลายปี 2570 ส่วนตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม) จะเปิดเดินรถในปี 2573
@รื้อแบบ”สีน้ำตาล”จากผลกระทบทางด่วนแยกเกษตร
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย-ลำสาลี (บึงกุ่ม) ระยะทางประมาณ 22.1 กม. เชื่อมฝั่งตะวันตกและตะวันออกของกรุงเทพฯ อยู่ระหว่างการศึกษาทบทวน เนื่องจากต้องมีการปรับแบบก่อสร้างให้สอดคล้องกับโครงการทางพิเศษเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในแนวฝั่งตะวันออก – ตะวันตก (ถนนงามวงศ์วาน – ถนนประเสริฐมนูกิจ) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) บริเวณตลาดหัวมุม และช่วงแยกเกษตรที่มีแนวคิดกทพ.ปรับเป็นอุโมงค์ทางด่วน แผนล่าสุดคาดว่าจะเปิดบริการในปี 2575
@รถไฟฟ้า”เชียงใหม่ ภูเก็ต โคราช “ เปิดบริการปี 75
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาคมีการศึกษา 3 โครงการได้แก่ โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ช่วงสนามบิน-ห้าแยกฉลอง ระยะทาง 42 กม. นโยบายให้รอดำเนินการหลังกรมทางหลวงปรับปรุงระบบถนนให้สมบูรณ์ก่อน เพื่อลดผลกระทบและให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางระหว่างที่ก่อสร้างรถไฟฟ้า คาดว่าจะเสนอครม.ปลายปี 70 เปิดให้บริการปี 2575
โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ รถไฟฟ้ารางเบา (Tram) สายสีแดง ซึ่งได้มีการศึกษาออกแบบ ส่วนต่อขยาย ช่วงแยกแม่เหียะสมานสามัคคี – อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อีก 5 กม. ขณะนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนแล้ว 2 ครั้ง โดยจะนำไปรวมกับผลการศึกษาเส้นทางหลัก ช่วงโรงพยาบาลนครพิงค์-แยกแม่เหียะสามัคคี มีระยะทาง 15.80 กม. และนำเสนอ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบรูปแบบการลงทุน (PPP) คาดว่าจะเริ่มการก่อสร้างเปิดให้บริการได้ในปี 2575
โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์ – สถานีร่วมจอหอ มีการปรับปรุบเส้นทางจากเดิมสายสีเขียวเดิม 30-40% คาดว่าเริ่มก่อสร้างและเปิดให้บริการปี 2575
ส่วนรถไฟฟ้า 3 สายใหม่ที่โอนจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2.รถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล-ทองหล่อ และ 3.รถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร โดย รฟม.เตรียมจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษาของกทม. 2 โครงการก่อน คือ สายสีเงิน และสายสีเทา เนื่องจากกายภาพในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง รูปแบบของระบบที่เหมาะสม ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และอัตราค่าโดยสารตามนโยบายตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วม โดยจะมีการจัดจ้างที่ปรึกษาได้ในปี 2569 ระยะเวลาศึกษา 1 ปี คาดสรุปและนำเสนอ ครม. ในปี 2571
สำหรับรูปแบบการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เหมาะสม จะเน้น PPP Gross Cost ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายการบดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยรัฐลงทุนงานโยธา และให้
เอกชนมีส่วนร่วมในการเดินรถ และเป็นรูปแบบที่ทำให้เอกชนสนใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น


