xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” เจรจาเอง "BEM-BTS" ดึงเข้าระบบตั๋วร่วม เร่งชง ครม.เคาะ รฟม. Single Ownership ปลดล็อกค่าโดยสาร 40 บาททุกสาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” เจรจาเอง "BEM-BTS" คาดกลางเดือน พ.ค.นี้ดึงเข้าระบบตั๋วร่วม พร้อมเร่งชง ครม.เคาะ รฟม. Single Ownership ปลดล็อกค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย 40 บาททั้งวัน ยันเจรจาโอนสิทธิบริหารเก็บรายได้ จ้างเอกชนรายเดิมเดินรถ ไม่มีภาระหนี้สาธารณะ

วันที่ 6 พ.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ว่า เร่งรัดนโยบาย "ตั๋วร่วม" เพื่อให้ระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด (รถไฟฟ้าทุกสี ทุกบริษัท, รถเมล์ และเรือ) สามารถใช้บัตรใบเดียวในการเดินทางได้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งปัจจุบัน พ.ร.บ.ตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนจัดทำกฎหมายลูก โดยจะเร่งเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ รฟม.เป็นผู้บริหารจัดการโครงการรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อขยายผลการดำเนินนโยบายรถไฟฟ้าเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวัน จากปัจจุบันที่ใช้กับสายสีม่วงและสายสีแดงไปยังสายอื่น เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2570

ทั้งนี้ ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว ที่มีเอกชนเป็นผู้รับสัมปทาน คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM และ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTSC จะต้องมีการเจรจากับเอกชนทั้ง 2 ราย เพื่อขอให้เอกชนเข้าร่วมระบบตั๋วร่วมของรัฐบาล ซึ่งอาจจะมีวิธีอื่น ที่ไม่ใช่การซื้อคืนอย่างเดียว โดยจะเลือกวิธีที่รัฐและประชาชนได้ประโยชน์และสามารถทำได้เร็วที่สุด ส่วนมูลค่าโครงการที่จะต้องซื้อคืนนั้นไม่ว่าจะเป็นเท่าไร จะไม่มีผลกระทบต่อหนี้สาธารณะของประเทศ กระทรวงการคลัง และรัฐบาล สบายใจได้ว่าเรื่องตั๋วร่วม และ Single Ownership จะใช้วิธีที่ไม่กระทบต่อหนี้ของประเทศ 


“คาดว่าช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเชิญเอกชนแต่ละรายเข้ามาเจรจา โดยขณะนี้รอสรุปข้อมูลจาก สนข.และกรมรางก่อน เพื่อนำไปเจรจากับเอกชนทั้ง 2 ราย ส่วนรฟม.ให้เร่งเตรียมความพร้อมในการเป็น Single Ownership โดยโอนอำนาจเก็บค่าโดยสาร และโอนภารกิจการจ่ายค่าจ้างเดินรถมาให้ รฟม.เป็นผู้บริหารจัดการ ไม่ใช่โอนทรัพย์สิน และจะแก้ไขสัญญาจาก PPP Net Cost เป็น PPP Gross Cost เพื่อจ้างเอกชนรายเดิมเดินรถต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว

นอกจากนี้ ได้เร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ทั้งสายสีม่วงใต้ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ให้แล้วเสร็จตามแผน และเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ ทั้งสายสีน้ำตาล ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงทบทวนรูปแบบทางกายภาพช่วงที่มีผลกระทบจากโครงการทางด่วน ช่วงผ่าน ม.เกษตรฯ ส่วนรถไฟฟ้าที่รับโอนจากกรุงเทพมหานคร ( กทม.) จำนวน 3 สาย ได้แก่ สายสีเทา สายสีเงิน และสายสีฟ้า รวมถึงรถไฟฟ้าในภูมิภาค ให้ดำเนินการตามแผนงาน


นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าฯรฟม. กล่าวว่า รฟม.ได้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาความเหมาะสมการดำเนินงานตามนโยบายฯ Single Ownership ประกอบด้วยที่ปรึกษาทางเทคนิคเพื่อศึกษาการประมาณการรายได้และปริมาณผู้โดยสาร (Ridership Forecast) การประเมินด้านต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและรายจ่ายลงทุนในการปฏิบัติการเดินรถไฟฟ้า และที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าแบบ Single Ownership ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการติดตามนโยบายและแนวคิดการแบ่งโซนค่าโดยสารโดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ว่าจะเป็นอัตราเท่าไรเพื่อนำมาประกอบการทบทวนผลการศึกษาเรื่องประมาณการณ์รายได้และจำนวนผู้โดยสาร

“ระบบ Single Ticket และ Common Ticket รฟม.ต้องทำงานร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งกรมราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแต่ละสาย เนื่องจากแต่ละโครงการมีรูปแบบสัมปทานและสัญญาร่วมลงทุนแตกต่างกัน เบื้องต้นสายที่รัฐเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานเอง เช่น สายสีม่วง และสายสีแดงจะสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่า ขณะที่สายสัมปทานเอกชนยังต้องอาศัยการเจรจาปรับเงื่อนไขสัญญา โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับกรุงเทพมหานครในประเด็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อผลักดันค่าโดยสารร่วมทั้งระบบในอนาคต