xs
xsm
sm
md
lg

อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 - สยามโตโยต้าฯ ขยายสัญญาซื้อขายไฟโซลาร์ลอยน้ำ 11.98 MWp

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จับมือสยามโตโยต้าอุตสาหกรรม ลงนามขยายสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในโครงการ Solar Floating ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค (MWp) จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในต้น พ.ค.นี้เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการใช้พลังงานสะอาด และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

นายสาโรช อรุณไพโรจน์กุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานลูกค้าอุตสาหกรรมสัมพันธ์และปฏิบัติการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ ตำกัด(มหาชน)หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามสัญญาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ (Solar Floating) ขนาด 11.98 เมกะวัตต์พีค(กำลังไฟฟ้าสูงสุดที่แผงโซลาร์เซลล์สามารถผลิตได้ภายใต้สภาวะมาตรฐาน) กับ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด
จากเดิมสยามโตโยต้าฯได้แสดงความสนใจในพลังงานสะอาดและได้ลงนามในสัญญาซื้อขาย Green Energy กับ อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 ไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสีเขียวของโรงงาน


ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดให้สูงสุด สยามโตโยต้าฯจึงได้ตัดสินใจขยายปริมาณการซื้อขายพลังงานไฟฟ้าจากโครงการ Solar Floating เพิ่มขึ้นเป็น 11.98 เมกะวัตต์พีค โดยได้ลงนามในสัญญาฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 และมีกำหนดเปิดดำเนินการซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 5 จำกัด เป็นส่วนหนึ่งของ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและพลังงานความร้อนร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอย่างยั่งยืน

ขณะที่ บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทในเครือโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

ความร่วมมือในครั้งนี้ ยังตอบโจทย์แผนระยะยาวของ บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานทดแทน และผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก พร้อมบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 (ปี พ.ศ. 2593) รวมถึงเป้าหมายกำลังการผลิตสู่ 10,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573