โบลท์ ประเทศไทย ออกแถลงการณ์ยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก คุมเข้มผู้ขับขี่กว่า 40,000 ราย และพัฒนาเทคโนโลยี AI ตรวจจับความเสี่ยง หวังยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเรียกรถโดยรวม
เมื่อวันที่ 29 เม.ย. โบลท์ ประเทศไทย ออกคำชี้แจงยืนยันว่า “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญสูงสุดของการให้บริการ โดยบริษัทให้ความสำคัญและดำเนินการต่อทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง รวดเร็ว และโปร่งใส
บริษัทระบุว่า โบลท์ให้การสนับสนุนความพยายามของภาครัฐในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันอย่างเต็มที่ พร้อมย้ำจุดยืนไม่ยอมรับการกระทำใด ๆ บนแพลตฟอร์มที่ขัดต่อกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการผลักดันการแก้ไขปัญหาเชิงระบบอย่างยั่งยืน
ในช่วงปีที่ผ่านมา โบลท์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยระงับการใช้งานผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดไปแล้วมากกว่า 40,000 ราย ภายใต้กรอบระยะเวลาผ่อนผันของกรมการขนส่งทางบก ควบคู่กับการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ทั้งการจดทะเบียนรถและการขอใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ
มาตรการดังกล่าวส่งผลให้อัตราการปฏิบัติตามข้อกำหนดของผู้ขับขี่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของแพลตฟอร์มในภาพรวม
นอกจากนี้ โบลท์ยังคงลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบยืนยันตัวตนผู้ขับขี่ การติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเฝ้าระวังและตรวจจับพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง
ทั้งนี้ โบลท์ยืนยันว่าจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลต่อไป เพื่อดำเนินมาตรการเพิ่มเติมตามแนวทางที่กำหนด โดยยึดมั่นในเป้าหมายการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ทุกการเดินทางบนแพลตฟอร์มมีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด


