xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์” ถกกรอบงบคมนาคมปี 70 กว่า 3.99 แสนล้าน เน้นงานบำรุง-หนุนเปลี่ยนรถ EV

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พิพัฒน์” ถกเร่งรัด "คมนาคม" เบิกจ่ายงบปี 69 กว่า 2.65 แสนล้านบาท ส่วนปี 70 เสนอกรอบคำขอ 3.99 แสนล้านบาท เน้นบำรุงโครงข่ายทางเดิม-หนุนใช้รถ EV มุ่งประโยชน์สูงสุดเพื่อประชาชน

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 69 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และการจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายรัชพงษ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมประชุม

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า ได้ติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการงบประมาณประจำปี 2569 วงเงินรวม 265,406.77 ล้านบาท ซึ่งมุ่งเน้นไปที่รายจ่ายด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศกว่า 234,748.55 ล้านบาท โดยได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการและขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้เม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง


สำหรับการเตรียมความพร้อมจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาคำขอรับการจัดสรรงบประมาณจากหน่วยงานในสังกัด (8 ส่วนราชการ 1 องค์การมหาชน และ 7 รัฐวิสาหกิจ) รวมทั้งสิ้น 399,474.20 ล้านบาท โดยได้วางแนวทางให้มุ่งเน้นการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตและสร้างรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมกำหนดนโยบายสำคัญเพื่อลดรายจ่ายภาครัฐที่ไม่จำเป็น และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดังนี้

- เน้นการบำรุงรักษา มากกว่าสร้างเส้นทางใหม่ ปรับแผนการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับการซ่อมแซมและบำรุงรักษาโครงข่ายคมนาคมเดิมให้มีสภาพดีและมีความปลอดภัยสูงสุด เพื่อความสะดวกในการเดินทางและลดผลกระทบต่อประชาชน

- ปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ให้พิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนของการศึกษาดูงาน รวมถึงให้ทบทวนการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการเช่าพื้นที่แทน เพื่อนำเม็ดเงินไปใช้ในส่วนที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

- นำร่องใช้พลังงานสะอาด กำหนดนโยบายให้การเช่าหรือซื้อรถยนต์ใหม่สำหรับส่วนราชการ ต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) หรือไฮบริด (Hybrid) พร้อมสนับสนุนการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในทุกพื้นที่ของหน่วยงานที่สามารถทำได้ เพื่อสนับสนุนการลดมลพิษและบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5

นายพิพัฒน์กล่าวย้ำว่า ทิศทางการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมจากนี้จะต้องสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ มุ่งเน้นความโปร่งใส ความคุ้มค่า และการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาระบบคมนาคมที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน