xs
xsm
sm
md
lg

“พิพัฒน์" เตรียมลง”ชุมพร-ระนอง” 8 พ.ค.นี้ สำรวจ”แลน​ด์บริดจ์​“ ทำความเข้าใจรับฟังข้อกังวล เมินเสียงต้านเน้นประโยชน์ประชาชนในพื้นที่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"พิพัฒน์" เตรียมลง”ชุมพรและระนอง” 8 พ.ค.นี้ ลุยชี้แจงข้อดี ข้อเสีย ผลประโยชน์“แลนด์บริดจ์”กับประชาชนในพื้นที่ พร้อมเปิดรับฟังข้อกังวล ส่วนแรงต้านเรื่องปกติ เพราะโครงการใหญ่ ขอเน้นประโยชน์ประเทศและประชาชนในพื้นที่ ไม่กลัวทัวร์ ชี้แจงด้วยข้อเท็จจริง ชงพ.ร.บ.sec เข้าครม.ไตรมาส3 ปักธงตอกเข็มก่อสร้างปี 73

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คมนาคม​ กล่าวว่า โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) เป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาเพื่อเชื่อมการขนส่งระหว่างมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก โดยผลศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่า และเป็นโอกาสของไทย

โดยเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวง​คมนาคม​ลงพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งกำหนดเป็นวันที่ 8 พ.ค. 2569 ​จะไปที่ไปที่จังหวัดชุมพรก่อน ที่อำเภอหลังสวน พะโต๊ะ จากนั้นจะใช้รถยนต์ ไปจังหวัดระนอง เพื่อดูแนวเส้นทางการเชื่อมโยงท่าเรือ 2 ฝั่ง พร้อมกันนี้จะให้ท้องถิ่นผู้นำชุมชนในพื้นที่ร่วมหารือ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นร่วมกัน แม้ว่า ทางสนข.จะมีการทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่มาแล้วก็ตาม แต่คนจะพยายามเอาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมามีส่วนร่วมมากที่สุด ว่า เห็นด้วยหรือไม่

"ผมจะไปชี้แจงข้อมูลข้อดี ข้อเสีย และผลการศึกษา ที่สนข.ได้ศึกษาไว้ มีอาชีพอะไรทำได้เมื่อมีท่าเรือเพิ่มขึ้น หรือการที่เรือมาจอดทอมสมอเพิ่มจะสร้างอาชีพอะไร ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทใหญ่ สามารถเป็นบริษัทในพื้นที่ และจะมีอาชีพอะไรที่ต้องสงวนให้คนในพื้นที่เท่านั้น เพื่อให้คนพื้นที่ได้รับประโยชน์ แต่ต้องเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ระนองและชุมพรก่อนเท่านั้น"


ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ต้องลงพื้นที่อีกครั้ง เพราะยังมีกระแสคัดค้านโครงการใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า เรื่องกระแสคัดค้าน ผมไม่กังวล มองว่าเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

"คำว่าแรงต่อต้าน ไม่ว่าช่วงที่ผ่านมาหรือปัจจุบันนี้คืออนาคต ผมเชื่อว่าแรงต่อต้าน เมื่อมีประโยชน์มากขึ้น แรงต่อต้านก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะนี่คือคำว่า”ผลประโยชน์” ซึ่งคนที่ต่อต้านก็ต้องพูดกันตรงๆ ไม่กลัวทัวร์ลง มากันเพื่อผลประโยชน์ของใคร ดังนั้น หากพูดกันเรื่องผลประโยชน์ก็ต้องมองว่าผลประโยชน์ของคนในพื้นที่มากกว่า หรือของคนที่มาจากนอกพื้นที่ได้ประโยชน์มากกว่า เราก็ต้องฟัดกันแบบตรงไปตรงมา เพราะผมไม่เคยสนใจและไม่กลัวกับใครที่จะมาบอกว่า ผมคือ ตัวล่อเป้า เพราะพวกต่อต้านเป็นใครมาจากไหน เรารู้กัน คำพูดผมอาจจะแรงแต่เรามองที่ผลประโยชน์ประเทศและประชาชนในพื้นที่”

สำหรับกรณีที่ทางเลขาธิการสภาพัฒน์ฯระบุว่า มีการศึกษาโครงการคลองไทยไว้ แล้วจะมีการหารือในเรื่องแลนด์บริดจ์กับสภาพัฒน์ฯหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์​ยืนยันว่า เป็นคนละเรื่องเพราะสภาพัฒน์ ศึกษาคลองไทย เป็นการ​ศึกษามายาวนานแล้ว มี 4 เวอร์ชั่นจากคอคอดกระ จนมาถึงคลองไทย ซึ่งมีปัญหาอุปสรรคมากมาย ไม่ได้ศึกษาแลนด์บริดจ์ ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าแลนด์​บริดจ์ เพราะไม่มีการแบ่งแยกประเทศ ไม่มีไทยเหนือ ไทยใต้ ที่ผ่านมาการแบ่งประเทศเป็นสองส่วนเป็นความกังวลฝ่ายความมั่นคง

พร้อมยืนยันว่า มีการสำรวจระบบนิเวศน์​วิทยาพยายามกระทบให้น้อยที่สุด และส่วนที่มีดราม่าความกังวล ว่าจะส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า หายจะไปบ้างเพราะแลกมากับผลประโยชน์​รายได้ที่จะเข้ามาในอนาคต

ทั้งนี้ คาดว่า จะเสนอครม.อนุมัติ พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. .... หรือ พ.ร.บ. SEC ได้ในไตรมาส 3 ปีนี้ และจะผลักดันกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฏรและวุฒสภา สำหรับพรรคร่วมและพรรคเล็ก เรื่องแลนด์บริดจ์​เป็นนโยบายเรือธงรัฐบาล”เศรษฐา”มาจนถึงปัจจุบัน​ ซึ่งเดินหน้าผลักดันฃ หากโหวตเกิน 250 เสียงน่าจะผ่าน และจะชี้แจงกับสว.ถึงประโยชน์​ที่จะได้รับ จึงคาดว่าน่าจะได้ผู้ลงทุนและตอกเข็มโครงการในปี 2573