xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ไฟเขียวค่าไฟ200หน่วยแรกไม่เกิน3บาทเริ่มมิ.ย.นี้ อนุมัติสนกช.กู้2หมื่นล.เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ครม. ไฟเขียวโครงสร้างราคาค่าไฟใหม่ กำหนดภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟ 200หน่วยแรกค่าไฟไม่เกิน 3บาทต่อหน่วย ครอบครัว 20ล้านครัวเรือน หรือราว 90% ส่วนผู้ใช้ไฟมากแนะนำติดโซลาร์รูฟท็อป รวมทั้งปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับอุดหนุนAdder ให้ปรับมาเป็นFitแทน พร้อมอนุมัติ "สกนช." กู้ 2 หมื่นล้านบาท  เสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมัน ด้านกพช.รับลูกนัดประชุมวันพรุ่งนี้

นางสาวรัชดา ธนาดิเรกโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบวาระแห่งชาติด้านพลังงานตามที่กระทรวงพลังงานนำเสนอในประเด็นหลักเป็นการบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน เป็นการดูแลความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน และการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาพลังงานที่ต้องนำเข้า

ในเรื่องค่าไฟ ครม.เห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ไปดำเนินการวาระแห่งชาติด้านพลังงาน โดยจะดูแลประชาชนภาคครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย รอบบิล มิ.ย. 69 มาตรการนี้เป็นประโยชน์ประมาณ 20 ล้านครัวเรือน หรือ 90% ของครัวเรือนทั้งประเทศ

“ส่วนครัวเรือนที่ใช้ไฟมากกว่า 200 ยูนิต รัฐบาลอยากให้พิจารณาเรื่องการโซลาร์รูฟท็อป ถ้าเป็นไปได้ เพราะเรามีมาตรการส่งเสริมการติดโซลาร์รูฟท็อป ทั้งเงินก้อนดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนจ่ายถูกกว่าค่าไฟ และมีกระบวนการรับซื้อคืนด้วย และถ้าไม่ขายไฟก็ยังสามารถลดหย่อนภาษีได้”นางสาวรัชดา กล่าว

นอกจากนี้ มีการส่งเสริมให้หน่วยงานภาครัฐติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และต้องพิจารณาการปรับรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้า จากระบบสัญญารับซื้อไฟจากโครงการพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) เปลี่ยนมาซื้อไฟแบบปัจจุบัน Feed-in Tariff คือ มาตรการส่งเสริมการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยภาครัฐกำหนดราคารับซื้อคงที่ (Fixed Rate) ตลอดอายุสัญญา

รวมถึง การลดการใช้ไฟฟ้าของหน่วยงานภาครัฐ ตั้งเป้าลดลง 20% และต้องมีการส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานประหยัดไฟ เช่น การเปลี่ยนไฟสาธารณะเป็นหลอด LED หรือ ระบบถนนพลังงานแสงอาทิตย์

จากมติครม.ในวันนี้จะมีการนำเข้าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันพรุ่งนี้(29 เม.ย.)และนำผลดำเนินการมารายงานให้ครม.อีกครั้ง

นางสาวรัชดา กล่าวว่าที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) กู้ยืมเงินวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท และ ให้ สกนช. ดำเนินการกู้เงินได้เมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนการบริหารหนี้สาธารณะด้วยแล้ว

สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่เริ่มมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 2569 ส่งผลให้ปริมาณเชื้อเพลิงในตลาดโลกลดลง และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น กระทบต่อราคาขายปลีกในประเทศไทยและค่าครองชีพของประชาชน

จากข้อมูล ณ วันที่ 5 เม.ย. 2569 ระบุว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีฐานะติดลบประมาณ 5.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ค้างจ่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง รวมประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการขาดสภาพคล่อง กระทบต่อความสามารถในการจัดหาน้ำมัน และมีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนในประเทศ

ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอครม. พิจารณาอนุมัติการกู้ยืมเงินของ สกนช.เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีแผนการใช้จ่ายเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 69 และ แผนชำระหนี้เงินกู้ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 71 - สิงหาคม 74

“ การอนุมัติเงินกู้ครั้งนี้ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง  สามารถบรรเทาวิกฤตราคาพลังงาน ดูแลระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดโลกในช่วงวิกฤตพลังงาน”