“พิพัฒน์”แบ่งงาน คุม 9 หน่วยงานหลัก ”ทล.-ทช.-รฟท.-รฟม.-ทอท.-กทพ. ส่วน“สิริพงศ์”คุม 6 หน่วยงานทางบกและราง และดูแลพื้นที่ภาคอีสาน“ภัทรพงศ์”ดู 4 หน่วยทางอากาศ คุมโซนภาคกลางและเหนือ ส่วน“สรรเพชร”คุมทางน้ำ พร้อมดูแลพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด
วันที่ 20 เม.ย. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งเพื่อมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 3 คน ช่วยกำกับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ และขยายงานให้ทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้การบริหารงานเกิดประสิทธิภาพและตอบสนองนโยบายได้สูงสุด ดังนี้
ให้นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางบก จำนวน 6 หน่วยงาน ดังนี้ 1. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 2. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) 3.บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 4. กรมการขนส่งทางราง (ขร.) 5. บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.รมต. . (รฟฟท.) 6. สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) หรือ สทร. และกำกับดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ให้ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอำนาจกำกับดูแลงานด้านคมนาคมทางอากาศ จำนวน 4 หน่วยงาน ดังนี้ 1.กรมท่าอากาศยาน (ทย.) 2. บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) 3. สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) 4. บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) และกำกับดูแลพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ
ให้ นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มีอำนาจในการกำกับ งานของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ด้านคมนาคมทางน้ำ จำนวน 3 หน่วยงาน ดังนี้ 1. กรมเจ้าท่า (จท.) 2. การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) 3. บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) หรือ อสท. และกำกับดูแลพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดภาคใต้ทั้งหมด
สำหรับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม จะกำกับดูแลงานของ จำนวน 9 แห่ง ประกอบด้วย 1. สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 2. กรมทางหลวง (ทล.) 3. กรมทางหลวงชนบท (ทช.) 4. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 5. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 6. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 7. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) 8. สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) หรือ กพท. 9. บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.)
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 636/2569 เรื่องมอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 3 คน ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีอำนาจในการกำกับดูแล และปฏิบัติราชการแทนโดยทั่วไป รวมถึงงานตอบกระทู้ถาม ชี้แจงญัตติ ร่างพระราชบัญญัติหรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภา ยกเว้น การบริหารงานบุคคล การแต่งตั้งคณะกรรมการหรือกรรมการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน การอนุมัติงบประมาณ การอนุมัติ การอนุญาต การออกใบอนุญาตใดๆ ที่เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรี สำหรับงานของส่วนราชการหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนดังกล่าว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2569
นอกจากนี้ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นว่า เรื่อใดเป็นเรื่องนโยบายของรัฐบาลหรือมีผลกระทบต่อนโยบายของรัฐบาล หรือผลประโยชน์ของประเทศชาติ หรือเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนและความไม่ยุติธรรมแก่ประชาชน รัฐมนตรีว่าการฯสามารถสั่งการในเรื่องนั้นได้โดยตรง ,ในกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ไม่อาจปฎิบัติราชการได้ อำนาจในการกำกับดูแลและสั่งการให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการฯ , ในการกำกับดูแล และปฎิบัติราชการแทน ที่ได้รับมอบอำนาจนั้น รัฐมนตรีว่าการฯ อาจมอบอำนาจในการอนุมัติ อนุญาต การออกใบอนุญาตใดๆ หรือการปฎิบัติราชการหรือการดำเนินการอื่น ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรี อันอยู่ในอำนาจของรัฐมนตรีว่าการฯ ให้แก่รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ได้โดยทำเป็นหนังสือ
@มอบหมาย”สิริพงศ์”ตอบกระทู้
ชี้แจงญัตติฯ ร่างกฎหมาย แทน
และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 637/2569
เรื่องมอบอำนาจให้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
สำหรับงานด้านรัฐสภาดังนี้ 1.
รับผิดชอบในการตอบกระทู้ถาม ชี้แจงญัตติ ร่างพระราชบัญญัติ หรือ
กิจการอื่นที่เกี่ยวกับรัฐสภา สำหรับงานของกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร การรถไฟแห่งประเทศไทย
การทางพิเศษแห่งประเทศไทน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
2. ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยไม่อาจปฎิบัติราชการแทนได้
ให้เร่งนำเสนอรัฐมนตรีว่าการฯ เพื่อวินิจฉัยสั่งการ
3.
ในกรณีที่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญและอาจมีผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อนของประชาชนเป็นส่วนรวมให้นำเสนอรัฐมนตรีว่าการฯ
เพื่อวินิจฉัยสั่งการ
4. ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการฯพิจารณาแล้ว เห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องอตบกระทู้ถาม
ชี้แจงญัตติ หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวกับรัฐสภา ให้รัฐมนตรีว่าการฯสามารถดำเนินการได้โดยตรง


