รฟท.ดันรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 6 เส้นทางวงเงิน 2.97 แสนล้าน ชงครม.ชุดใหม่ เร่งสำรวจ 3 เส้นทาง สายใต้ รื้อแบบ จากคันดินเป็นสะพานบก ยกสันรางขึ้น 1 เมตรแก้ปัญหาน้ำท่วม ส่วนอีก 3 เส้นทาง ดูแนวเวนคืนเพิ่มปรับวิถีโค้งเพิ่มความเร็ว ลุ้น ครม.เคาะเพิ่มงบ 8,304 ล้านบาท เฟส1 ช่วงคลองขนานจิตร -ถนนจิระ ยกระดับผ่าเมืองโคราช
นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.เดินหน้าผลักดัน โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,249 กิโลเมตร (กม.) วงเงินลงทุนรวมประมาณ 297,924 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดสศช.) หรือบอร์ดสภาพัฒน์ฯได้ให้ความเห็นชอบแล้ว จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร - สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท , ช่วงสุราษฎร์ธานี– ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท และ ช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท ซึ่งกรณีที่บอร์ดสภาพัฒน์ฯ มีความเห็น รฟท.ได้ชี้แจงกลับไปเรียบร้อยทุกประเด็นแล้ว ทั้งนี้ จากที่มีการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้มีการส่งคืนเรื่องกลับมาที่หน่วยงาน ซึ่งตามหลักการรฟท.จะเสนอกระทรวงคมนาคมเพื่อยืนยันการดำเนินโครงการ เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ต่อไป
ในระหว่างนี้ รฟท.ได้มีการทบทวนโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ทั้ง 6 เส้นทางเพื่อให้ข้อมูลสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลมากที่สุด โดยในส่วนของ 3 โครงการสายใต้ ที่ผ่านบอร์ดสศช.แล้ว มีนโยบาย เรื่อง การป้องกันปัญหาในอนาคตด้วย โดยเฉพาะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ รฟท.จึงได้มีการสำรวจพื้นที่ตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ชุมพร-สุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์ จุดที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก และนำสถิติระดับน้ำฝน 100 ปี มาพิจารณาด้วย
โดยจะมีการปรับรูปแบบก่อสร้างช่วงดังกล่าว จากการถมคันดิน เป็นสะพานบก และยกระดับสันรางจากแบบเดิมให้พ้นระดับน้ำ โดยเบื้องต้นจะยกสันรางสูงขึ้นประมาณ 1 เมตร โครงสร้างสะพานบกจะไม่ขวางทางน้ำ จากการประเมินเบื้องต้นโครงสร้างคันดิน มีต้นทุนค่าก่อสร้างกิโลเมตรละกว่า 100 ล้านบาท กรณีปรับรูปแบบเป็นสะพานบก คาดว่าต้นทุนค่าก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5-2 เท่า
“การทบทวนรูปแบบก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและให้มีความปลอดภัยรฟท.จะนำหารือระดับนโยบายซึ่งหากชัดเจน รฟท.จะให้ที่ปรึกษาฯรายเดิม เร่งทบทวนปรับแบบ”
ส่วนอีก 3 เส้นทางที่เหลือ ได้แก่
1. ช่วงปากน้ำโพ – เด่นชัย ระยะทาง 281 กิโลเมตร วงเงิน 81,143.24 ล้านบาท 2. ช่วงเด่นชัย –เชียงใหม่ ระยะทาง 189
กิโลเมตร วงเงิน 68,222.14 ล้านบาท 3. ช่วงชุมทางถนนจิระ- อุบลราชธานี ระยะทาง 308
กิโลเมตร วงเงิน 44,095.36 ล้านบาท มีการทบทวน ในประเด็นการเวนคืนพื้นที่ จากการปรับแนวรัศมีโค้งบางช่วงเพื่อให้ รถไฟสามารถทำความเร็วมากขึ้น หากไม่มีประเด็น ก็จะยืนยันโครงการไปตามกรอบวงเงินเดิม
ทั้งนี้ คาดว่า จะสรุปผลการทบทวนรูปแบบโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ทั้ง 6 เส้นทาง และนำเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด)
รฟท. ประมาณเดือน พ.ค.- มิ.ย. 2569 จากนั้น นำเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณานำเสนอครม.ต่อไป ส่วนจะเสนอพร้อมกันทั้ง 6 เส้นทางหรือจัดกลุ้มอย่างไร อยู่ที่การพิจารณาของกระทรวงคมนาคม
@ลุ้นชงครม.เพิ่มงบ 8,304 ล้านบาท ปรับแบบทางคู่ยกระดับผ่าเมืองโคราช
สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะแรก ช่วงมาบกะเบา -ชุมทางถนนจิระ สัญญาที่ 2 ช่วงคลองขนานจิตร-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 69 กิโลเมตร ที่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้าง เนื่องจากติดปัญหามีการปรับรูปแบบการก่อสร้างจากทางรถไฟระดับดิน เป็นทางยกระดับ ช่วงสถานีโคกกรวด-ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 16 กิโลเมตร และปรับกรอบวงเงินลงทุนใหม่ เป็น 17,608.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,304.36 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิมที่ 9,303.86 ล้านบาท รฟท.ได้เสนอกระทรวงคมนาคมแล้ว คาดว่าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี ขออนุมัติภายในปี 2569 จากนั้น จะเร่งประกวดราคา ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 42 เดือน
ทั้งนี้ การปรับแบบดังกล่าว เป็นไปตามข้อร้องเรียนของประชาชนจังหวัดนครราชสีมา ที่ต้องการให้เส้นทางช่วงผ่านกลางเมืองโดยไม่ทุบสะพานสีมาธานีและให้สอดคล้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ช่วงโคกกรวด-นครราชสีมา งานสัญญาที่ 3-5 และสถานีนครราชสีมา (ใหม่) เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณสูงสุด


