ขบ.เผย ตรวจความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถ 11 เม.ย. กว่า 1.7 หมื่นคันพบบกพร่อง 10 คัน GPS พบขับเร็ว 144 คัน ร้องเรียน 95 เรื่อง ขับรถประมาท/น่าหวาดเสียวมากสุด จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ สถานีขนส่งผู้โดยสาร มีชุดเฉพาะกิจปราบเข้มรถสาธารณะฉวยโอกาสโก่งราคา -ตรวจรถแท็กซี่หมดอายุ
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด, จุดChecking Point และ Rest Area รวม 219 จุดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 9 – 19 เม.ย. 2569 เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์
สำหรับผลการดำเนินการตรวจความพร้อม ในวันที่ 11 เมษายน 2569 ตรวจรถโดยสารสาธารณะแล้ว 17,103 คัน พบรถบกพร่อง 10 คัน ดำเนินการออกคำสั่งผู้ตรวจการแล้วทุกคัน ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถจำนวน 17,103 ราย ไม่พบพนักงานขับรถบกพร่อง
ในส่วนผลการดำเนินการติดตามตรวจสอบการเดินรถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุก ด้วยระบบ GPS Tracking ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS จำนวน 49,287 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด จำนวน 144 คัน ผลตรวจสอบการใช้ความเร็วรถโดยสารและรถบรรทุก ด้วยกล้องเลเซอร์ บนถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 2,400 คัน พบการใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด 12 คัน กรมการขนส่งทางบกจะประสานผู้ประกอบการขนส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับการใช้ความเร็ว ควบคู่กับมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำหรับการร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะแล้ว ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว จำนวน 95 เรื่อง โดยเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุด 3 อันดับได้แก่ ขับรถประมาท/น่าหวาดเสียว ไม่หยุดรับส่งผู้โดยสารที่ป้ายหยุดรถ และผู้ประจำรถแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ/แต่งกายไม่เรียบร้อย กรมการขนส่งทางบกจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาสอบสวนและดำเนินการลงโทษตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถแจ้งสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
และเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทุกแห่ง ตรวจความพร้อมของรถและความพร้อมของผู้ขับรถก่อนออกเดินทาง ตามแบบ Checklist เช่น การมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตามประเภทใบอนุญาตขับรถและไม่หมดอายุตรวจความพร้อมด้านร่างกายและการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจต้องเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ชั่วโมงการขับรถไม่เกินที่กฎหมายกำหนด รถโดยสารสาธารณะทุกคันต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงทั้งสภาพตัวรถภายนอกและภายใน รวมทั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยต่างๆต้องพร้อมใช้งานอยู่เสมอพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำและให้ความรู้แก่ผู้โดยสารกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและขอให้ผู้โดยสารทุกที่นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยตลอดการเดินทางเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ
@ จัดตั้งชุดเฉพาะเข้ม รถสาธารณะฉวยโอกาสโกงราคา ตรวจรถแท็กซี่หมดอายุ
นายสรพงศ์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 กรมการขนส่งทางบกดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยจัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ตรวจเข้มรถสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และตามสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประชาชนหนาแน่น โดยกรมการขนส่งทางบกขอเตือนผู้ประกอบการและพนักงานขับรถสาธารณะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอย่าฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้โดยสาร ในช่วงวันหยุดยาว
กรณีรถแท็กซี่ รถสามล้อสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ พนักงานขับรถต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และตัวรถต้องจดทะเบียนเป็นรถโดยสารสาธารณะ (ป้ายเหลือง) โดยในการให้บริการ ห้ามปฏิเสธผู้โดยสาร ต้องส่งผู้โดยสารตามสถานที่ที่ได้ตกลงกัน สำหรับแท็กซี่ต้องใช้มิเตอร์ทุกครั้งที่ให้บริการ และไม่เก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด
กรณีรถโดยสาร พนักงานขับรถต้องมีความพร้อมสำหรับการบริการตามมาตรการด้านความปลอดภัย ค่าแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ และไม่ขับรถเกินชั่วโมงการทำงานตามที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามเงื่อนไขการเดินรถ ไม่บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่ง ไม่เรียกเก็บค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนด รวมถึงสภาพรถต้องมีความพร้อม
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบก ได้มีการประชุมร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติและได้เห็นพ้องกันในการจัดตั้งชุดเฉพาะกิจปราบปรามรถสาธารณะผิดกฎหมายแต่ละพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อันเป็นการป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสารเพราะเป็นรถที่ไม่ได้รับการตรวจสภาพ ซึ่งมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย หากตรวจพบรถสาธารณะที่หมดอายุนำมาให้บริการประชาชน กรมฯจะดำเนินการลงโทษอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากประชาชนประสบปัญหาหรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากการใช้บริการรถสาธารณะช่วงเทศกาลสงกรานต์สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 (ชั่วคราว) ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารทั่วประเทศ หรือสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง


