ปตท.เผยความต้องการใช้น้ำมันดีเซลเริ่มแผ่วเหลือ 50 ล้านลิตรต่อวันลดลงจากเดือนมีนาคม 2569 ที่พุ่งสูงถึง 80 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันยังเดินเครื่องกลั่นสูงถึง 105-107% เพื่อผลิตดีเซลให้มากที่สุดรองรับดีมานด์ พร้อมลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเกือบ 70% เหลือเพียง30% หันไปกระจายนำเข้าจากแหล่งอื่นแทน
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท.ได้ดำเนินการให้มีพลังงานเพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศหลังเกิดสงครามในตะวันออกกลาง มีการบริหาร Supply Chain ทั้งการจัดหาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) ก๊าซธรรมชาติ และปิโตรเคมี
ซึ่งการจัดน้ำมันดิบ กลุ่ม ปตท. ได้ยกระดับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกทันที โดยไม่รอให้สถานการณ์ลุกลามถึงขั้นปิดเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ โดยหันไปซื้อน้ำมันดิบผ่านเครือข่ายเทรดดิ้งทั่วโลก ทำให้ลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเดิมเคยนำเข้าจากตะวันออกกลางเกือบ 70%ของความต้องการใช่ทั้งหมด แต่มีนาคมที่ผ่านมา การนำเข้าลดเหลือ 60% และเดือนเมษายนนี้ ปตท.นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเพียง 30% สะท้อนความยืดหยุ่นของซัพพลายเชนพลังงานไทย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอรองรับการใช้ได้อย่างน้อยจนถึงช่วงกลางปีนี้
ส่วนโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ที่มี3โรงคิดเป็น กำลังการผลิตกว่า 60% ของประเทศ ได้เดินเครื่องเต็มกำลังการกลั่นที่ระดับ 105-107% เน้นผลิตดีเซลเพิ่มขึ้นอีก 8% รองรับความต้องการใช้ภายในประเทศที่พุ่งสูงในช่วงวิกฤติ รวมทั้งยังมีการบริหารคลังสำรองน้ำมันอย่างเข้มข้น และจัดส่งน้ำมันไปทางท่อ เรือ และรถขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันPTT Station ของORที่มีอยู่ 2,400แห่งทั่วประเทศ และลดการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศใกล้เคียง
ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันดีเซลลดลงมาอยู่ที่ 50ล้านลิตรต่อวัน จากเดิมเดือนมีนาคม 2569 ที่มีความต้องการใช้ดีเซลพุ่งสูงถึง 80ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีการต่อคิวซื้อน้ำมันจนสถานีบริการมีน้ำมันน้ำมันไม่พอขาย
สำหรับความคืบหน้าการหาพันธมิตรร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น (P&R) ของกลุ่ม ปตท. ทั้งบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ,บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC คาดว่าจะมีความชัดเจนในกลางปี2569 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ Downstream ของกลุ่ม ปตท ซึ่งจะเป็นพันธมิตรระดับโลกที่จะเข้ามาร่วมลงทุน รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถังและท่อ ก็จะดึงพันธมิตรเข้ามาร่วมทุนด้วยเช่นกัน
ส่วนธุรกิจเทรดดิ้ง LNG ในต่างประเทศ ในปีนี้ปตท.ตั้งเป้าเทรดดิ้ง LNG อยู่ที่ระดับ 3 ล้านตัน ตั้งเป้าปี2573 จะก้าวสู่ Global LNG Player มีพอร์ตLNG 10 ล้านตันต่อปี


