xs
xsm
sm
md
lg

Lumentum ปักหมุดไทยฐานยุทธศาสตร์โลก เร่งสร้าง R&D ชี้ขาดศึกชิงห่วงโซ่ AI

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก หลังบริษัท Lumentum ผู้พัฒนาเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ระดับสากล เดินหน้าขยายบทบาทในประเทศ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) โดยมีภาครัฐสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อน “เกมใหม่” ของการแข่งขันในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งไม่ได้วัดกันที่ต้นทุนการผลิตเพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรในระดับวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อรองรับการเติบโตของ AI และ Data Center ในระดับโลก


นายไมเคิล เฮอร์ลสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lumentum เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้กลายเป็น “ศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์” ของบริษัท โดยมีจำนวนพนักงานในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากประมาณ 3,000–4,000 คน เป็นกว่า 8,000 คนภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี สะท้อนถึงบทบาทที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วของไทยในโครงสร้างธุรกิจของบริษัท

“ประเทศไทยไม่ใช่เพียงฐานการผลิต แต่เป็นศูนย์กลางสำคัญของการดำเนินธุรกิจในระดับโลก บริษัทมองเห็นศักยภาพในการเติบโตระยะยาว และจะลงทุนต่อเนื่องทั้งในด้าน R&D และการพัฒนาบุคลากร” นายไมเคิล เฮอร์ลสตัน กล่าว พร้อมย้ำว่าบริษัทมุ่งเน้นการสร้างรากฐานระยะยาว มากกว่าการลงทุนระยะสั้น

ในเชิงอุตสาหกรรม เทคโนโลยีโฟโตนิกส์กำลังกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานใหม่” ของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในยุคที่ AI และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ต้องการความเร็วในการประมวลผลและการสื่อสารข้อมูลในระดับที่เทคโนโลยีเดิมไม่สามารถรองรับได้ ส่งผลให้ความต้องการในตลาดโลกเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผลักดันยอดขายของ Lumentum ให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงเวลาเพียง 1 ปี


อย่างไรก็ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าวกำลังเผชิญข้อจำกัดสำคัญในประเทศไทย นั่นคือการขาดแคลนบุคลากรด้าน R&D โดยเฉพาะในสาขาเฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับโฟโตนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นหัวใจของเทคโนโลยี AI

เพื่อแก้ปัญหานี้ Lumentum จึงเดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงลึกกับภาคการศึกษา โดยร่วมพัฒนาหลักสูตร สนับสนุนการจัดตั้งห้องปฏิบัติการ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้ามาฝึกงานในอุตสาหกรรมจริง พร้อมทั้งเตรียมขยายความร่วมมือไปยังหลายมหาวิทยาลัย เพื่อสร้าง “ฐานกำลังคน” ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ในมุมของภาครัฐ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ระบุว่า การเข้ามาของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกครั้งนี้ เป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และเป็นโอกาสในการยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. มีบทบาทสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัย ให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก


ด้าน ดร.อดิสร เตือนตรานนท์ ผู้อำนวยการ TMEC มองว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากการเป็นผู้ผลิตใน “ปลายน้ำ” ไปสู่การมีบทบาทใน “ต้นน้ำ” ของอุตสาหกรรม ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ใหม่
เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 

รศ.ดร.ภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กำลังปรับบทบาทจากสถาบันการศึกษา ไปสู่การเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยี ที่สามารถเชื่อมโยงงานวิจัยกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม

กรอบความร่วมมือระยะเวลา 5 ปีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงข้อตกลงเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อดึงดูดการลงทุนและสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ในภาพรวม การที่ Lumentum เลือก “เดิมพัน” กับประเทศไทยในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรม AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสของไทยในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก

อย่างไรก็ตามความสำเร็จของยุทธศาสตร์นี้จะขึ้นอยู่กับความสามารถของประเทศในการเร่งพัฒนาบุคลากร และสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงระหว่างนโยบาย เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าไทยจะสามารถยืนอยู่ใน “เกมเทคโนโลยีโลก” ได้ในระดับใดในอนาคต.