เอสซีลอร์ลูซอตติกา (EssilorLuxottica) ธุรกิจเลนส์แว่นตาแบรนด์ดังระดับโลก และแว่นท็อปเจริญ ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ในการที่ เอสซีลอร์ลูซอตติกา จะเข้าถือหุ้นแว่นท็อปเจริญในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ หลังจากที่ทั้งสองธุรกิจมีความสัมพันธ์กันมานานในเชิงธุรกิจ
เอสซีลอร์ลูซอตติกา ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ วันที่ 2 เม.ย. ว่า แว่นท็อปเจริญเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีกแว่นตาที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีสาขามากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางทางกลยุทธ์ที่สำคัญของเอสซีลอร์ลูซอตติกา ในการเป็นฐานการผลิตและดำเนินธุรกิจระดับโลก
ความร่วมมือกับแว่นท็อปเจริญในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเอสซีลอร์ลูซอตติกา ในการยกระดับการดูแลสุขภาพสายตาทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากล พร้อมทั้งช่วยให้บริษัทฯ เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิดเพื่อตอบสนองความต้องการในอนาคต
ฟรานเชสโก มิลเลอรี ประธานกรรมการและซีอีโอของเอสซีลอร์ลูซอตติกา และพอล ดู เซลองต์ รองซีอีโอ กล่าวว่า “ความร่วมมือกับแว่นท็อปเจริญจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานของเราในประเทศที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย โดยเป็นการยกระดับมาตรฐานการดูแลสายตาและผลักดันการพัฒนาสินค้ากลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ที่กำลังเติบโตในภูมิภาคนี้”
EssilorLuxottica เป็นผู้นำระดับโลกในการออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลสายตา แว่นตา และโซลูชันเทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มบริษัทเป็นที่ตั้งของเทคโนโลยีเลนส์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่สุด รวมถึง Varilux, Stellest และ Transitions และยังเป็นเจ้าของแว่นตาแบรนด์ใหญ่ๆระดับโลกอีกมาก เช่น Ray-Ban, Oakley และ Supreme รวมถึง Ray-Ban Meta, Oakley Meta Vanguard และ Nuance Audio แบรนด์หรูที่ได้รับลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นที่ต้องการมากที่สุด และผู้ค้าปลีกระดับโลก ได้แก่ Sunglass Hut, LensCrafters, Vision Express และ Apollo ด้วยพนักงานกว่า 200,000 คนใน 150 ประเทศ มีโรงงานดำเนินงาน 600 แห่ง ให้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสายตา 300,000 ราย และดำเนินงานร้านค้า 18,000 แห่ง กลุ่มบริษัทสร้างรายได้รวม 2.85 หมื่นล้านยูโรในปี 2025
. ส่วนแว่นท็อปเจริญก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 194สาขาแรกเปิดที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งโมเดลธุรกิจของท็อปเจริญมีหลากหลาย คือ Top Charoen, Luxoptic, Eye Class, Eye Bright, Eye Sport, Big C Optical, Robinson Optical และ Beautiful Optic และแพล็ตฟอร์มออนไลน์
.
ปี 2567 แว่นท็อปเจริญ ภายใต้บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน)
มีรายได้ 5,949 ล้านบาท กำไร 402 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการย้อนหลังมีการเติบโตต่อเนื่อง คือ ปี 2563 รายได้ 4,432 ล้านบาท กำไร 133 ล้านบาท, ปี 2564 รายได้ 4,273 ล้านบาท กำไร 285 ล้านบาท, ปี 2565 รายได้ 5,414 ล้านบาท กำไร 627 ล้านบาท, ปี 2566 รายได้ 5,785 ล้านบาท กำไร 282 ล้านบาท


