“บางกอกแอร์เวย์ส”หวั่นวิกฤติน้ำมันลากยาว มอนิเตอร์สถานการณ์เตรียมพร้อมปรับแผนรับมือ เผยปี 69 ยอดจองตั๋วล่วงหน้าเพิ่ม 1% ตั้งเป้าผู้โดยสาร 4.3 ล้านคน มี 4.8 หมื่นเที่ยวบิน อัตราบรรทุกผู้โดยสารที่ 80% เพิ่มขึ้น 4% รับเครื่องบินใหม่ 2 ลำ
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง เมื่อปลายเดือนก.พ. 2569 อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานปี 2569 ของบริษัทฯที่ อาจจะไม่เติบโตในทิศทางที่เคยเป็น ซึ่งต้องรอดูว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะยาวนานและมีมากแค่ไหน และบริษัทจะสามารถปรับรูปแบบหรือวิธีการอย่างไรให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ตามเป้าหมาย
“ช่วง 2 เดือนแรกปี 69 ทิศทางการบินดีมาก แต่มีเหตุการณ์เมื่อปลายเดือนก.พ. ก็ได้รับผลกระทบ หากสถานการณ์ยืดเยื้อขณะที่ราคาน้ำมันเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วนค่อนข้างมาก จึงมีผลกระทบค่อนข้างมากไปด้วย แต่อนนี้ผลกระทบราคาน้ำมันยังไม่นิ่ง จึงยังบอกอะไรชัดเจนไม่ได้ แต่เบื้องต้นยังมองว่า นักท่องเที่ยว ยังนิยมเดินทางท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย ส่วนผลกระทบราคาน้ำมันนั้นจะมีผลต่อความรู้สึกต่อค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวแค่ไหน น่าจะเริ่มเห็นสัญญาณหลังจากนี้ไป”
นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ตั้งเป้าหมายปี 2569 ว่า มีจำนวนเที่ยวบินรวม 48,000 เที่ยวบิน (ลดลงจากปี 2569 ประมาณ 2%) มีการขนส่งผู้โดยสารประมาณ 4.3 ล้านคน (อยู่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา) มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารประมาณ 80% (เพิ่มขึ้น 4%) จากปีก่อน มีอัตราค่าบัตรโดยสารเฉลี่ยที่ 4,200 บาทต่อเที่ยวบิน (ระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา) ทั้งนี้หาก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะพิจารณาปรับแผนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ณ 31 ธ.ค. 2568 มีฝูงบินจำนวน 25 ลำ โดย มีแผนรับมอบเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่ 12 ลำ ซึ่งในปี 2569 จะรับมอบ 2 ลำแรก ภายในไตรมาส 4 และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2571 และมีโอกาสจะจัดหาเครื่องบินเพิ่มอีก 1-2 ลำ โดยคาดว่า ในปีนี้ จะมี ฝูงบินประมาณ 22-26 ลำ ประกอบด้วย แอร์บัส A320 จำนวน 1-3 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำ ATR 72-600 จำนวน 10 -12 ลำ
นอกจากนี้ บริษัทฯยังคงเดินหน้าแผนการลงทุนพัฒนายกระดับศักยภาพสนามบิน ได้แก่ โครงการปรับปรุงสนามบินสมุย เพื่อเพิ่มศักยภาพรองรับการทำการบินตลอด 24 ชม. เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 3-4 ล้านคนต่อปี เป็น 6 ล้านคนต่อปี โดยระยะที่ 1 จะขยายปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร เพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 Gates ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์จาก 2,000 ตารางเมตร เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอิน และเครื่องเช็กอินอัตโนมัติรวม 40 จุด คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในไตรมาส 2 ปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2573
โครงการขยายสนามบินตราด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรองรับอากาศยานแบบไอพ่น เช่น แอร์บัส A320 ซึ่งปัจจุบันปรับปรุงทางวิ่ง (รันเวย์) ความยาว 2,000 เมตร เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และเพิ่มลานจอดอากาศยาน 3 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570
นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า ยอดการจองบัตรโดยสารล่วงหน้า ของบริษัทฯ ณ วันที่ 16 มี.ค. 2569 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือน เม.ย.-ก.ย.2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% (จาก 645,362 ที่นั่ง เป็น 655,484 ที่นั่ง โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้า ในไตรมาสที่ 2 (เม.ย.-มิ.ย.2569) ลดลง 3% ส่วนไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.2569) เพิ่มขึ้น 9% โดยเส้นทางภายในประเทศ โดยเฉพาะสมุย ยังมีผลตอบรับดีอยู่ เติบโตจากปีก่อน 7-8 % ส่วนเส้นทางในประเทศอื่นๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ปรับลดลงบ้าง สำหรับเส้นทางระหว่างประเทศ อาจจะลดลง แต่มีปริมาณเที่ยวบินไม่มากเมื่อเทียบกับสัดส่วนเส้นทางภายในประเทศ ดังนั้น ผลกระทบก็ยังอยู่ในระดับที่ยังดูแลได้
โดยเส้นทางต่างประเทศที่ยังมีผลกระทบ คือ กัมพูชา เส้นทางกรุงเทพ-พนมเปญ เดิมบินแอร์บัส 3-4 เที่ยวบินต่อวัน ปัจจุบัน เหลือทำการบินด้วยครื่องบิน ATR จำนวน 1 เที่ยวบินต่อวัน เท่านั้น นอกจากนี้ยังมี เมียนมา ฮ่องกง ที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเท่าเดิม อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะมีการวางแผน ปรับตัว และอาจจะมีการยกเลิกหรือลดความถี่ในบางเส้นทางแต่จะต้องไม่กระทบต่อผู้โดยสารที่จองล่วงหน้าไว้ ซึ่งก็ต้องมีมาตรการดูแล ให้เดินทางถึงปลายทางตามเป้าหมาย


